แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ช่วยกันเข้าครัว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ช่วยกันเข้าครัว แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

สเต็กเป็ดรมควัน


สเต็กเป็ดรมควัน
ส่วนผสมสำหรับ 1-2 ที่
อกเป็ดรมควัน 1 ชิ้น
กระเทียมสับละเอียด 1/2 ช้อนโต๊ะ
เห็ดแชมปิยองกระป๋อง 3-4 ดอก
เนย 1 ช้อนชา
วิธีทำ
  1. ตั้ง กระทะใส่เนยพอละลาย แล้วใส่กระเทียมสับตามด้วยเห็ดสไลซ์บางและซอสต่างๆ ผัดพอหอม ใส่น้ำผึ้งและเกลือ ชิมรส จากนั้น ใส่ชิ้นเป็ดรมควันลงคลุกเคล้าให้ชิ้นเนื้อฉ่ำซอส
  2. ตักเนื้อขึ้นจากกรทะนำไปแล่เป็นชิ้น จัดใส่จานแล้วตักน้ำซอสเห็ดที่เหลือในกระทะมาราดให้ทั่ว เสิร์ฟพร้อมผักสลัดและเส้นพาสต้าตามชอบ

สกิลเล็ตครีมซอส


สกิลเล็ตครีมซอส
ส่วนผสมสำหรับ 1-2 ที่
ปลากะพงแล่ชิ้นหนา 1-2 ชิ้น
ปูม้าหั่นชิ้น 1 ตัว
ปลาหมึกบั้ง 1 ตัว
กุ้งลายเสือ 2-3 ตัว
เนย 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
ข้าวสวย 1 ถ้วย
หอมใหญ่ซอย 1 หัว
วิธีทำ
  1. นำ เนื้อปลา ปู ปลาหมึกและกุ้งไปย่างให้สุกตามชอบพักไว้ ตั้งกระทะผัดกระเทียมกับเนยพอหอมใส่ข้าวลงผัดพร้อมทรัฟฟอนปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทยและพาสเล่ย์ตามชอบจัดใส่จานพร้อมอาหารทะเลย่าง
  2. จาก นั้นผัดซอสครีมด้วยการผัดหอมใหญ่สับกับเนยเลยน้อยพอสุกเติมไวน์ขาว วิปปิ้งครีม ทรัฟฟอนปรุงรสด้วยน้ำมะนาว เกลือและพริกไทยผัดจนซอสข้นแล้วนำไปราดลงบนทะเลย่างพร้อมเสิร์ฟ

แซลมอนย่างซีอิ๊ว


สูตรอาหาร - แซลมอนย่างซีอิ๊ว

ส่วนผสมอาหาร

เนื้อปลาแซลมอน    2 ชิ้น
มะเขือเทศเชอร์รีสีเหลือง
ผักกาดออร์กเขียว
แรดิชชิโอ
แรดิชชหันแว่น
เห็ดเข็มทอง
ส่วนผสมซอสซีอิ๊ว
หัวและก้างปลาทะเลสับชิ้นใหญ่   500  กรัม
เหล้าสาเก                                       1/2     ถ้วย
ซีอิ๊วญี่ปุ่น                                        2/3   ถ้วย
หอมใหญ่หั่นเป็นแว่นๆ                   200   กรัม
แครอททั้งเปลือกหั่น                     100    กรัม
ปลาโอขูดแห้ง                                10      กรัม
ขิงแก่หั่น                                          100  กรัม
น้ำตาลทราย                                    1        ถ้วย

วิธีทำอาหาร

  • เริ่มจากการทำซอสซีอิ๊วกันก่อน โดยการนำหัวและก้างปลาหอมใหญ่ ขิง แครอท ไปย่างหรืออบก็ได้จนสุกเป็นสีน้ำตาลไหม้เล็กน้อย
  • นำเหล้าสาเกใส่ในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟปานกลางให้แอลกอฮอล์ระเหยออกให้หมด ใส่หัวและก้างปลาและผักต่างๆที่ย่างไว้
  • ปรุง รสด้วย น้ำตาล ซีอิ๊วญี่ปุ่น เบาไฟให้อ่อนลง เคี่ยวต่อไปนานประมาณ 15 นาที นำเนื้อปลาโอขูดใส่ลงไป เคี่ยวอีก 5 นาที จนมีกลิ่นหอม ชิมรสให้เค็มหวาน
  • ยกหม้อซอสลง แล้วนำซอสไปกรองเอาแต่ซอสซีอิ๊ว ใส่ขวด ปิดฝา เก็บแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาได้นาน
  • ต่อ จากนั้นมาเริ่มทำปลาแซลมอน ขอดเกล็ดปลา และล้างน้ำให้สะอาด แล้วซับน้ำให้แห้ง ใส่ลงในอ่างผสม ใส่ซอสซีอิ๊ว 1/4 ถ้วย คลุกเคล้าให้ทั่วชิ้นปลา
  • นำ ปลาแซลมอนที่คลุกซอสไว้แล้ว ไปหมักในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 30 นาที นำไปย่างในกระทะร้อนด้วยไฟปานกลางจนสุกทั่วทั้งสองด้าน ระหว่างย่างให้ทาซอสซีอิ๊วที่หมักจนทั่วดี
  • จัดใฟจาน ตกแต่งด้วยผักกาดออร์กเขียว แรดิชชิโอ มะเขือเทศ เห็ดเข็มทอง และแรดิชหั่นแว่น พร้อมเสิร์ฟได้ทันที

จับฉ่ายกวางตุ้ง


ส่วนผสม
- เห็ดหอม (ตัดโคนทิ้งแล้วแช่น้ำไว้ให้นุ่ม) 150 กรัม
- แครอท 2300 กรัม
- หอยนางรม (แช่น้ำจนนิ่ม) 100 กรัม
- กระเทียบ (สับละเอียด) 1 หัว
- กะหล่ำปลี (หั่นชิ้นใหญ่ๆ) 1 หัว
- แปะก๊วย (หรือจะใช้เกาลัดคั่วใหม่ๆ แทนก็ได้) 1 ช้อนโต๊ะ
- ฟองเต้าหู้ (แช่น้ำให้นิ่มแล้วหั่นเป็นท่อน) 100 กรัม
- เต้าหู้ (ทอดใหม่ๆ) 100 กรัม
- เต้าหู้ยี้ 70 กรัม
- น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 1 ลิตร
- ขิงแก่ฝาน 2–3 แว่น
- น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

- ตั้งกระทะใส่น้ำมัน เจียวกระเทียมและขิงแก่ จนมีกลิ่นหอม
- ใส่เต้าหู้ยี้ลงไปผัดให้เข้ากัน ตามด้วยกะหล่ำปลี แครอท ผัดพอเข้ากัน ใส่น้ำเปล่า เคี่ยวต่อจนเดือดจึงตักใส่หม้อตั้งไฟต่อไป
- ใส่เห็ดหอม หอยนางรม แปะก๊วย ฟองเต้าหู้ เต้าหู้ทอด ปรุงรสด้วยน้ำมันหอยและน้ำตาลทราย ปิดฝาหม้อ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนประมาณ 3–4 ชั่วโมง ให้ผักสุกนุ่มตามต้องการ ตักใส่ชามเสิร์ฟร้อนๆ

วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555


- การใส่บะหมี่ในน้ำ พร้อมเครื่องปรุงและต้มประมาณ 3 นาที จนเดือด เป็นวิธีที่ผิดเพราะจะทำเส้นบะหมี่สำเร็จรูปซึ่งเคลือบด้วย Wax ผสมผงชูรสกลายสภาพเป็นสารพิษ ซึ่งร่ายกายต้องใช้เวลา 4-5 วันในการขับออกจากร่างกาย
- วิธีต้มที่ถูกต้อง คือ เทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในน้ำและต้มจนเดือด เมื่อบะหมี่สุกแล้ว เทน้ำที่ต้มซึ่งมีส่วนผสมของ Wax ผสมผงชูรสซึ่งเป็นสารพิษทิ้ง ต้มน้ำใหม่ให้เดือดอีกครั้ง และใส่เส้นบะหมี่ที่ต้มไว้ลงไป ปิดไฟ แล้วจึงใส่เครื่องปรุงขณะน้ำยังร้อน เพื่อป้องกันผงชูรสในเครื่องปรุงกลายเป็นสารพิษ สำหรับบะหมี่แห้งสามารถใส่เครื่องปรุงได้ทันที เมื่อช้อนเส้นขึ้นจากน้ำเดือด
- ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์อุบลราชธานี พบว่า มีการเติม กรดเบนโซอิกและกรดซอร์บิก สารกันบูดเกินปริมาณกำหนดของคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานอาหารสากล (Codex) คือ มากกว่า 1,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กพบปริมาณกรดเบนโซอิกสูงสุด รองลงมาเป็นเส้นหมี่ ก๋วยจั๊บเส้นใหญ่ ก๋วยจั๊บเส้นเล็ก บะหมี่โซบะ และก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ หากร่างกายได้รับในปริมาณสูงเป็นเวลานานๆ จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของตับและไตลดลง
- บะหมี่บีทรูทอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเอ เกลือแร่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม สารไนเตรต สารเบทานิน ที่ช่วยป้องกันโรคมะเร็ง คุณสมบัติพิเศษกว่าผักชนิดอื่นคือ ไม่ว่าผ่านการปรุงหรือถนอมอาหารแบบใดก็ยังคงความสดและคุณค่าได้ดี โดยนำส่วนประกอบของบีทรูทเข้ามาแทนที่ของน้ำเปล่า นอกจากคุณค่าอาหารจะเพิ่มขึ้นแล้ว บะหมี่ยังมีสีชมพูน่ากินอีกด้วย สนใจดูแลสุขภาพในปัจจุบัน ฉัตรทิพย์ เจ้าของเมนูได้ที่เบอร์ 085-899-81220

- คนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก จนงดกินข้าวเพราะอ้างว่าต้องการงดคาร์โบไฮเดรต ที่จะทำให้อ้วนได้ไม่แพ้ไขมันนั้นควรอย่างยิ่งที่จะกินบะหมี่บ้าง เพราะบะหมี่เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ยอดเยี่ยมพอๆ กับก๋วยเตี๋ยว สปาเกตตี มะกะโรนี และโรตี คุณสามารถกินได้บ่อยๆ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะอ้วน เพราะบะหมี่เป็นคาร์โบไฮเดรตละเอียด มีคุณสมบัติย่อยง่ายกว่าคาร์โบไฮเดรตชนิดธรรมดา

- ตอนเลือกซื้อต้องสังเกตบนซอง ว่ามีสารไอโอดีน ธาตุเหล็ก และวิตามินเอ อยู่ด้วย เมื่อนำมาปรุงจะต้องเติมไข่ หรือเนื้อสัตว์ และผัก ลงไปทุกครั้ง ที่สำคัญต้องไม่ลืมฉีกซองเครื่องปรุงใส่ลงในบะหมี่ทุกครั้ง ที่ปรุง ใส่น้ำให้พอดี ซดน้ำให้ได้มากที่สุด หมดชามยิ่งดี เพราะเท่ากับว่า ได้รับสารอาหาร 3 ชนิดเข้าสู่ร่างกายอย่างเต็มที่
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แนะทางในการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้ปลอดภัยและได้ประโยชน์คือ ลดเครื่องปรุงให้เหลือเพียงครึ่งหนึ่งหรือน้อยกว่านั้น เติมเนื้อสัตว์และผักเพื่อให้ร่างกาย ได้รับสารอาหารเพิ่มมากขึ้น และไม่ควรกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปติดต่อกันประจำเป็นเวลานาน เพราะจะเสี่ยงต่อการได้รับโซเดียมมากเกินไปจนเกิดการสะสมในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุของความดันโลหิตสูง
- ปัจจุบันได้มีการวิจัยบะหมี่สูตรลดความอ้วน โดยช่วยให้อิ่มนาน ทั้งยังดูดซับคอเลส-เตอรอลส่วนเกินในลำไส้และช่วยเรื่องระบบขับถ่ายด้วย โดยลดส่วนผสมปริมาณแป้งสาลีในบะหมี่ 1 ก้อน ซึ่งหนักประมาณ 50 กรัม ให้น้อยลง และเติมสารเพคตินที่สกัดได้จากเปลือกมะนาวเข้าไปประมาณ 6 กรัมเพื่อให้ออกฤทธิ์สลายคอเลสเตอรอลในกระเพาะอาหาร เมื่อสารเพคตินเข้าสู่กระเพาะอาหารจะพองตัวและแปรสภาพเป็นสารอาหารที่มีความ หนืดคล้ายแยมทาขนมปัง ช่วยให้อิ่มนานกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั่วไป ทั้งยังออกฤทธิ์ต่อเอนไซม์ในลำไส้ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ระบบขับถ่ายทำงาน ปกติ

จากการทดสอบในอาสาสมัคร พบว่า รอบเอวลดลงประมาณ 2 นิ้ว บะหมี่ลดน้ำหนักที่พัฒนาขึ้นมีอยู่ 2 รสชาติ คือ รสแกงส้มและรสต้มขมิ้น ในรูปของบะหมี่เจผ่านการรับรองจาก คณะกรรมการอาหารฮาลาล และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะผลิตบะหมี่ออกมาจำหน่ายไม่เกินปีหน้า ชาวจีนโบราณเชื่อว่าการกินเส้นบะหมี่เป็นการเสริมมงคล แต่สมัยนี้ถ้าจะให้ได้ผลจริงๆ ก็ควรต้องกินให้ถูกวิธี ถูกหลักอนามัยด้วย ชีวิตของคุณจึงจะยืดยาว

ก๋วยจับทรงเครื่อง


ส่วนผสม
1. เส้นก๋วยจั๊บตามต้องการ
2. ถั่วงอกลวก 1/2 ถ้วย
3. เต้าหู้พวงหั่นชิ้นบางๆ 2 ลูก
4. หมูเนื้อแดง ตับหมู หัวใจหมู (ต้มสุกแล้วหั่นเป็นชิ้นอย่างละ 3–4 ชิ้น)
5. กระเทียมเจียว
6. ผักชี ต้นหอม หั่นฝอย

ส่วนผสมน้ำพะโล้

1. หนังหมู 1 ขีด
2. เนื้อหมูสามชั้น 1 ขีด
3. ซีอิ้วดำ 1/2 ช้อนโต๊ะ
4. ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
5. น้ำเปล่า 2 1/2 ถ้วย

วิธีทำ

1. นำหนังหมูมาขูดขนและมันออกให้หมด ล้างให้สะอาดและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
2. หั่นหมูสามชั้นเป็นชิ้นเล็กๆ
3. นำหนังหมูและหมูสามชั้นลงต้มพอเดือด ปรุงรสซีอิ้วดำ ซีอิ้วขาว เคี่ยวสักครู่ พอหนังหมูเปื่อยและเนื้อหมูเปื่อย ยกลง
4. เมื่อจะรับประทานลวกใส่เต้าหู้พวง หมูเนื้อแดง ตับหมู หัวใจหมู ที่หั่นเตรียมไว้
5. โรยกระเทียมเจียวและผักชี ต้นหอม ปรุงรสตามใจชอบด้วยพริกป่น น้ำตาล และพริกแดง

วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2555

เคล็ดลับ : เทคนิคผัดถั่วงอกไม่ให้ช้ำ


บ้านไหนที่พบกับปัญหา เวลาผัดถั่วงอกแล้วช้ำไม่น่าทาน วันนี้์มีเคล็ดลับการผัดถั่วงอกไม่ให้ช้ำมาฝาก…
โดยเริ่มจากผัดสิ่งที่ต้องการก่อน แล้วค่อยนำถั่วงอกลงผัด แต่ว่าถั่วงอกที่ผัดต้องเป็นถั่วงอกตอนที่อวบ และเมื่อผัดสิ่งที่ต้องการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ค่อยนำถั่วงอกลงผัด จากนั้นก็เติมน้ำส้มสายชูและเกลือลงไปเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ถั่วงอกช้ำ และเวลาผัดก็ควรใช้เวลาในการผัดเพียงเล็กน้อย เพียงเท่านี้ก็จะได้ผัดถั่วงอกที่ไม่ช้ำแถมน่าทานอีกด้วย.

วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ขนมจีบกะเพรา

ขนมจีบกะเพรา:


ต้องลิ้นได้รส อร่อยหอมกลิ่นกะเพรา เผ็ดนิดๆ ครบรส

ส่วนผสมสำหรับ 4-5 ที่

เนื้อหมูสับ 300 กรัม

เนื้อกุ้งขาวบด 500 กรัม

พริกไทย 1 ช้อนชา

กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต็ะ

ใบกะเพราเด็ด 1/2 ถ้วย

พริกขี้หนูสีเขียว-แดงสับละเอียด 3-4 ดอก

น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ

เกลือ 1-2 ช้อนชา

ซีอิ๊วขาว 1-2 ช้อนโต๊ะ

แผ่นเกี๊ยวสำหรับห่อ

วิธีทำ

นำเครื่องปรุงทั้งหมดมาตีผสมเข้าด้วยกันจนเหนียวเนียน

จากนั้น นำไปห่อด้วยแผ่นเกี๊ยวให้สวยงาม แล้วนำไปนึ่งประมาณ 4 นาทีจนขนมจีบสุก พร้อมเสิร์ฟ

เวลาในการปรุง 20 นาที

ส่วนผสมราคาประมาณ 190 บาท

เห็ดหอมซอสแดง

เห็ดหอมซอสแดง:


อร่อยเต็มคำกับเห็ดหอมสด เมนูสำหรับทุกคนกับซอสเปรี้ยวหวานรสเข้มหอมกลิ่นเนย

ส่วนผสมสำหรับ 1-2 ที่

* เห็ดหอมสดดอกใหญ่ 6-7 ดอก

* หมูสับ 100 กรัม

* เนื้อกุ้งสับ 150 กรัม

* ซอสมะเขือเทศ 5 ช้อนโต๊ะ

* ซีอิ๊วขาว 1-2 ช้อนชา

* พริกไทยป่น 1/2 ช้้อนชา

* น้ำส้มสายชูหมัก 1 ช้อนโต๊ะ

* น้ำตาลทราย 2-3 ช้อนชา

* เนย 1 ช้อนชา

* น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำ

1. ตัดก้านเห็ดหอมออก ใช้แต่ส่วนหมวกแล้วยัดเนื้อกุ้งใส่ นำไปทอดจนสุก

2. จากนั้น นำไปผัดพร้อมเครื่องปรุงรสที่เหลือและเนย ชิมรสตามชอบจั ดใส่จานพร้อมคะน้าลวก

เวลาในการปรุง 15 นาที

ส่วนผสมราคาประมาณ 130 บาท

ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว

ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว:


เต็มคำกับปลานึ่งสอดไส้หมูสับ ซอสรสกลมกล่อม

ส่วนผสมสำหรับ 3-4 ที่

หมูสับ 100 กรัม

เนื้อปลาหิมะ 200 กรัม

ต้นหอมซอยเป็นเส้น 100 กรัม

พริกชี้ฟ้าแดงซอยเป็นเส้น 2-3 เม็ด

ขิงแก่ซอย 30 กรัม

ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ

ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ

เกลือ 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

แล่เนื้อปลาเป็นชิ้นบางพักไว้ ปั้นหมูเป็นก้อนพอคำแล้วห่อด้วยเนื้อปลาที่แล่ไว้ จัดใส่ภาชนะทนความร้อนเตรียมไว้ แล้วละลายซีอิ๊วขาว เกลือ น้ำตาลทรายและซอสปรุงรสเข้าด้วยกัน

จากนั้น นำไปราดบนเนื้อปลา แต่งหน้าด้วยต้นหอมซอย พริกชี้ฟ้าสีแดงซอย และขิงซอย แล้วนึ่งให้สุกประมาณ 7 นาที พร้อมเสิร์ฟ

เวลาในการปรุง 15 นาที

ส่วนผสมราคาประมาณ 260 บาท

วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เผือกเชื่อมน้ำกะทิ

เผือกเชื่อมน้ำกะทิ:


ส่วนผสม

- เผือก700 กรัม

- น้ำตาลทราย400 กรัม

- เกลือป่น3/4 ช้อนชา

- น้ำปูนใส1 1/2 ลิตร

- กะทิ


วิธีทำ

1 เผือกปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นขนาดพอคำ ล้างน้ำให้สะอาด แช่น้ำปูนใสทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง

2 สงเผือกขึ้นจากน้ำปูนใส ล้างน้ำเปล่า 1 รอบ ใส่ตะกร้าพักไว้

3 ใส่เผือก น้ำตาลทราย เกลือป่น และน้ำเปล่าลงไปในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟ ใช้ไฟอ่อนถึงกลาง เชื่อมเผือกจนสุก

4 พอเผือกสุก ใส่น้ำกะทิลงไป คนให้เข้ากัน พอน้ำเดือดปิดไฟยกลง ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟได้เลย

ปลาสำลีอบใบเตย

ปลาสำลีอบใบเตย:


ส่วนผสม

- ปลาสำลี 1 ตัว

- เกลือป่น 1 ช้อนชา

- ใบเตย 10 – 15 ใบ

- วุ้นเส้น 200 กรัม


วิธีทำ

1. ทำความสะอาดปลา ควักไส้ออกแล้วล้างน้ำผึ่งไว้ ทาเกลือป่นให้ทั่วตัวปลา

2. นำใบเตยห่อตัวปลาสำลีทั้ง 2 ด้านให้มิด แล้วนำไปอบประมาณ 1/2 ชั่วโมง

3. นำวุ้นเส้นที่แช่น้ำแล้ว นำมาคลุกกับน้ำที่ได้จากการอบปลา นำเข้าอบจนวุ้นเส้นสุก

4. จัดปลาใส่จาน เสิร์ฟพร้อมผักสดและวุ้นเส้นอบ รับประทานคู่กับน้ำจิ้ม

ส่วนผสมน้ำจิ้ม


- กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ

- พริกขี้หนูสวน 15 เม็ด

- น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

- น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา




วิธีทำน้ำจิ้ม


- โขลกกระเทียม พริกขี้หนูสวนให้ละเอียด ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลทราย ชิมรสตามชอบ

วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

กุ้งผัดเนยเหล้าจีน

กุ้งผัดเนยเหล้าจีน:











กุ้งผัดเนยเหล้าจีน

ส่วนผสมสำหรับ 1-2 ที่


กุ้งก้ามกรามขนาดใหญ่แกะเปลือก 2-3 ตัว

น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

พริกไทยดำบดหยาบ 1 ช้อนชา

เหล้าจีน 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันเล็กน้อย

เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ

กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำปลาดี 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ

ผักชีสับ 2 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ


  1. ตั้ง กระทะใส่เนยร้อนดีแล้วใส่กุ้งลงทอดจนสุกตักขึ้น ผัดกระเทียมสดกับน้ำมันในกระทะเดิมพอหอมใส่น้ำมันหอย น้ำตาลทราย น้ำปลา พริกไทยดำ

  2. ตามด้วยเหล้าจีน ใส่กุ้งทอดที่พักไว้ผัดให้เข้ารส ชิมรสก่อนตักจัดใส่จาน โรยผักชีพร้อมเสิร์ฟ

ปีกไก่ทอดน้ำปลา

ปีกไก่ทอดน้ำปลา:











ปีกไก่ทอดน้ำปลา


ส่วนผสมอาหาร

ปีกบนไก่5 ชิ้น

ปีกกลางไก่5 ชิ้น

น้ำปลา2 ช้อนโต๊ะ

น้ำจิ้มไก่2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาล1/2 ช้อนโต๊ะ

พริกไทย5-6 เม็ด

กระเทียม5 กลีบ

รากผักชีสับ2 ราก

น้ำมันสำหรับผัด1 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันสำหรับทอด

วิธีทำอาหาร

1 นำปีกไก่มาล้างให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ

2 ใช้มีดปลายแหลมๆ จิ้มเข้าไปในเนื้อไก่ให้ทะลุถึงกระดูกซัก 3 รู/ชิ้น เตรียมไว้

3 โขลกรากผักชี พริกไทย กระเทียม ให้ละเอียด นำมาคลุกเคล้ากับปีกไก่ แล้วหมักปีกไก่ทิ้งไว้ซัก 1 ชั่วโมง

4 ต่อจากนั้นตั้งกระทะเทน้ำมันสำหรับทอดลงไป พอร้อนใส่ปีกไก่ลงไปทอด ใช้ไฟอ่อน ทอดจนปีกไก่สุกเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน

5 นำกระทะใบใหม่ขึ้นตั้งไฟเทน้ำมันสำหรับทอด พอร้อนปรับไฟอ่อน ใส่น้ำจิ้มไก่ น้ำปลา และน้ำตาลลงไป พอเดือดปิดไฟ ใส่ปีกไก่ทอดลงไปคลุกเคล้า ตักขึ้นจัดใส่จานเสิรฟได้ทันทีเลย

สเต็กกุ๊กไก่

สเต็กกุ๊กไก่





 ส่วนผสม
 เนื้อสันในไก่ 1 ชิ้น
 หน่อไม้ฝรั่งลวกสุกหั่นท่อน ½ ถ้วย
 เลมอนหั่นแว่น 2-3 ชิ้น
 ซีอิ๊วญี่ปุ่น (โชยุ) 1 ช้อนโต๊ะ
 น้ำมันพืช 1 ถ้วย
 วิธีทำ
1.หมักเนื้อไก่กับซีอิ๊วญี่ปุ่นทิ้งไว้ 15-30 นาที จากนั้น นำไปทอดด้วยไฟปานกลางจนเนื้อไก่เหลืองสุก ตักใส่จาน พักไว้
2.ตั้ง กระทะไฟปานกลาง ใส่น้ำมันพืชลงไปเล็กน้อย จากนั้น ใส่หน่อไม้ฝรั่ง เลมอน เหยาะซีอิ๊วเล็กน้อยผัดให้เข้ากัน ตักใส่จานเคียงกับสเต็กไก่ พร้อมเสิร์ฟค่ะ

วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

กินผลไม้อบแห้งกันไหม

องค์การ อนามัยโลกบอกไว้ว่า ผลไม้อบแห้งช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังต่างๆ ได้ เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่เกือบครบ แทบจะเท่าผลไม้สด แต่เพราะมันมีน้ำตาลสูง จึงต้องกินให้เป็น
ผลไม้อบแห้งที่ดีนั้นต้องเป็นผลไม้สดที่นำมาอบเพื่อขจัดของเหลว สำหรับยืดอายุการเก็บรักษา ไม่ได้หมายความถึงผลไม้อบ แห้งที่ใส่น้ำเชื่อมหรือเคลือบน้ำตาลแต่อย่างใด เพราะตามธรรมชาติของผลไม้อบแห้งจะมีน้ำตาลสูงกว่าผลไม้สดถึง 4 เท่าอยู่ แล้ว โดยเทียบเป็นปริมาณคร่าวๆ ดังนี้
 แอ๊ปเปิ้ล 1 ผลใหญ่มีน้ำตาล = แอ๊ปเปิ้ลอบแห้ง 12 ชิ้น
 องุ่นสดเต็มอุ้งมือหรือราว 160 กรัมมีน้ำตาล = ลูกเกด 40 กรัม
 ลูกพลัม 3 ผลเล็กมีน้ำตาล ลูกพรุน 3 เม็ด

ผลไม้อบแห้งที่ดีนั้นควรอยู่ในบรรจุภัณฑ์ปิดมิดชิด และที่สำคัญควรกินแต่น้อย จะเป็นประโยชน์มากกว่ากินของขบเคี้ยวอุดม ไขมันนะคะ

วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เห็ดรวมกระทะร้อน


ส่วนผสมสำหรับ 1-2 ที่
- เห็ดฟาง 50 กรัม
- เห็ดหูหนูขาว-ดำ 50 กรัม
- เห็ดนางฟ้า 50 กรัม เห็ด
- เป๋าฮื้อ 50 กรัม
- พริกขี้หนู 3-4 เม็ด
- รากผักชี 2 ราก

วิธีทำ
- ล้างทำความสะอาดดอกเห็ดแล้วพักสะเด็ดน้ำไว้ โขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทย และพริกให้พอแหลก แล้วนำไปผัดกับน้ำมันจนมีกลิ่นหอม
- ใส่เห็ดต่างๆ ลงผัดเข้าด้วยกัน เติมน้ำเล็กน้อยแล้วปรุงรส ชิมตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ