แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยว / เดินทาง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท่องเที่ยว / เดินทาง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2555

15 แซ่ของผู้ชายในผับ


มาดูกันว่าคุณชอบและเกลียดผู้ชายแซ่อะไร แซ่ที่พูดถึงไม่ใช่นามสกุลของคนจีนนะ แต่เป็นศัพท์ใหม่ๆ ที่ผู้หญิงสามารถใช้เรียกผู้ชาย โดยที่ผู้ชายไม่รู้ตัวเลยว่าคุณกำลังแอบชมเขาอยู่ รู้ไว้ อ่านไว้เป็นเกร็ดความรู้ เพื่อที่เวลาคุณไปเที่ยว จะได้มีอะไรเล่าให้เพื่อนของคุณฟัง



1.แซ่หวัง – ชื่อเต็ม หวังฟันเจ้า
แซ่นี้เป็นแซ่ที่ใหญ่มากๆ ประมาณ 95% ของผู้ชายในผับจะสังกัดอยู่ในแซ่นี้ 50 % ของผู้ชายในแซ่นี้จะเป็นลูกครึ่งฝรั่ง โดยใช้ชื่อว่า ‘Wang One Night’ (หวังวันไนท์) โดยที่ผู้ชายในแซ่นี้ส่วนใหญ่จะเกี่ยวดองกับแซ่อื่นๆด้วย(ตามแต่วิธีจีบ หญิง)
2.แซ่เสี่ยว – ชื่อเต็ม เสี่ยวจิงจิง
‘เหนื่อยมั้ยที่ต้องวิ่งในหัวใจพี่’ ‘เจ็บมั้ยเวลาที่น้องตกลงมาจากฟ้า’ หรืออะไรเทือกนี้คือคำทักทายของผู้ชายแซ่นี้ ผู้ชายแซ่นี้พอลงรถที่หมอชิต หรือเสร็จจากแบกปูนก็จะมาเที่ยวผับทันที แซ่นี้จะมีอาชีพเป็นคนรับใช้มาตั้งแต่โบราณ เรียกได้ว่าเป็นอาชีพประจำแซ่เลยก็ว่าได้ โดยที่ในสมัยโบราณจะเรียกคนแซ่นี้ว่า ‘เสี่ยวเอ้อ’ ข้อควรระวัง ถ้าคุณได้มีคราวเคราะห์เข้าลิฟท์กับคนแส่นี้ อย่าได้ถามหรือกดลิฟท์ให้เขาเชียวนะ เพราะถ้าคุณถามว่า ‘ชั้นอะไร’ เพราะเขาจะตอบคุณว่า ‘ชั้นรักเธอ’
3.แซ่โชว์ – ชื่อเต็ม โชว์ป๋าอ๋อง
แซ่นี้จะต้องเป็นระดับ คหบดีหรือขุนนางเท่านั้น เพราะจะต้องใช้ทุนทรัพย์อย่างต่ำ 2-3 พันกับการสีหญิง1ครั้ง ผู้ชายแซ่นี้บางคนจะเป็นโรคความจะเสื่อมเป็นพักๆ(เหมือนลูกนักการเมืองบางคน ) เพราะเวลามีเรื่องจะชอบถามคนอื่นว่า ‘รู้มั้ยว่า กุลูกใคร?’
4.แซ่หล่อ-ชื่อเต็ม หล่อจางเว่ย แซ่นี้แทบไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ยืนเฉยๆก็มีสาวมาติด หรืออย่างเก่งก็แค่ขอไฟจุดบุหรี่ก็เรียบร้อย



5.แซ่เก๊ก – ชื่อเต็ม เก๊กจางเลย
แซ่นี้จะมาดนิ่ง เป็นศิษย์ปรมาจารไทเก๊ก จางซานฟง คติประจำใจคือ ‘นิ่งสงบสยบเคลื่อนไหว’ จะไม่ค่อยเห็นคนในแซ่นี้เต้นเท่าไหร่ อย่างเก่งก็แค่ผงกหัวตามจังหวะ
6.แซ่แมน – ชื่อเต็ม แมนซิกหาย แซ่นี้จะมีร่างกายที่กำยำ ชอบใส่เสื้อฟิตโชว์กล้ามเนื้อ ทำอะไรจะชอบใช้กำลังเข้าว่า หรือในแบบที่ผู้ชายแซ่อื่นเรียกว่า ‘พวกบ้าพลัง’ จุดอ่อนของผู้ชายแซ่นี้คือ ไม่สามารถเดินสีลมซอย 2 และ 4 ได้ เพราะเสี่ยงต่อการเป็นชายเหนือชายได้ ต้นตระกูลเป็นลูกครึ่ง มีเชื้อฝรั่ง จึงใช้ชื่อแซ่ว่า แมน ที่มาจากภาษาอังกฤษ MAN ผู้ชายแซ่นี้จะแพ้ ผู้ชายแซ่เดียวกันที่ใช้ชื่อว่า แมน(อยาก)มีเมนส์
7.แซ่กั๊ก – ชื่อเต็ม เหลาต้องกั๊ก
แซ่นี้จะมีอาชีพเป็นวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เวลาพาหญิงมาที่โต๊ะจะติดนิสัยให้หญิงยืนอยู่ข้างหลังของตัวเอง (เหมือนตอนนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์) และจะไม่แนะนำให้เพื่อนๆรู้จัก โดยที่ผู้ชายแซ่นี้จะมีพ่อแซ่กั๊ก แม่แซ่หวง
8.แซ่ซุ่ม – ชื่อเต็ม ซุ่มจีบหญิง
ผู้ชายแซ่นี้น่ากลัวมากสำหรับเพื่อนๆที่ไปด้วยกัน เพราะมันจะหายไป 5-15 นาที แล้วก็เดินมาบอกเพื่อนๆที่โต๊ะว่า ‘ไปล่ะ’ ผู้ชายแซ่นี้โดยมากจะลูกผสมระหว่าง แซ่ซุ่มและแซ่เซียน
9.แซ่ชิง – ชื่อเต็ม ชอบชิงจัง
ผู้ชายแซ่นี้จะมีเพื่อนน้อยมากๆ ใครที่เป็นเพื่อนกับผู้ชายแซ่นี้สังเกตุได้ง่ายมาก คือ ที่หลังจะมีมีดเสียบอยู่ หรือที่บ้านจะไม่มีห้องครัว(เพราะโดยตีท้ายหมดแล้ว) ชื่อไทยของผู้ชายแซ่นี้ คือ ‘ชู้’ จริงๆแล้ว แซ่นี้ไม่ใช่ แซ่ ‘ชิง’ แต่เป็นแซ่ ‘กัง’ ต้นตระกูลของแซ่นี้คนแรกคือ ‘กังฉิน’ แต่ซึ่งในปัจจุบันได้เปลี่ยนจากอยู่ตามผับมาเป็นสภา(ผู้)แทน ปัจจุบันแซ่นี้ได้ขยายพันธุ์ไปประเทศญี่ปุ่น โดยเปลี่ยนแซ่เป็น แซ่ ‘ชิน’ ต้นตระกูลแซ่นี้ในญี่ปุ่นใช้ชื่อว่า ‘ชินจัง’ ที่ปัจจุบันมีชื่อเสียงโด่งดังในหลายประเทศ
10.แซ่เนียน – ชื่อเต็ม เนียนเนียนด้าย
ผู้ชายแซ่นี้มีความสามารถในการทำตัวกลมกลืนได้เป็นอย่างดี กว่าเพื่อนๆจะรู้ว่ามันได้หญิงก็ไปตอนที่มันเดินกอดหญิงออกไปจากร้าน สไตล์ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ไม่จู่โจม เป็น Strategy หลักของผู้ชายแซ่นี้
11.แซ่เนี๊ยบ – ชื่อเต็ม เนี๊ยบมาเลย ผู้ชายแซ่นี้ตั้งแต่หัวจรดเท้าจะเนี๊ยบตลอด ผมจะใส่เจลชนิดโดนพายุใต้ฝุ่นก็ไม่เสียทรง เสื้อผ้าเรียบตึงเป๊

15 แซ่ของผู้ชายในผับ..+++(คลายเครียด). 1.แซ่หวัง – ชื่อเต็ม หวังฟันเจ้า. แซ่นี้เป็นแซ่ที่ใหญ่มากๆ ประมาณ 95% ของผู้ชายในผับจะสังกัดอยู่ในแซ่นี้ 50 

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

โดนหอยเม่นตำ ทำยังไงดี

หลายๆ คนคุ้นหน้าคุ้นตากับเจ้าตัวมีหนามสีดำๆที่อยู่ในรูป มันคือเจ้าหอยเม่นนั่นเอง ประสบการณ์สุดจี๊ดของใครหลายๆคนก็คงไม่พ้นเจ้าตัวนี้เช่นเดียวกัน เพราะการสัมผัสกับมันแต่ละครั้งก็เจ็บปวดกันพอสมควรอยู่เหมือนกัน สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยโดนหรือโดนมาแล้ว แต่ยังไม่รู้วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น (ทำดูซะน่ากลัวเชียว)  ก็ลองอ่านดูเผื่อจะช่วยได้ ลักษณะ มักจะเป็นสีดำเพราะมันคือเม่นทะเลหนามดำ (ที่เจอกันบ่อยและโดนกันบ่อยที่สุด) อยู่บริเวณชายหาดที่ไม่ลึกมาก ซอกหิน และ บริเวณที่ไปดำน้ำดูปะการังกัน หนามมีดำ มีองค์ประกอบหลักเป็นแคลเซียมคาร์บอเนต เปราะบางและมีโพรงขนาดเล็กประกอบด้วยพิษซึ่งเป็นของเหลวโปรตีน
อาการ บริเวณที่โดนจะเห็นเป็นจุดดำๆ มีอาการ เจ็บ และ รู้สึกปวดบริเวณที่โดน ประมาณ 20 – 30 นาที หรืออาจจะนานกว่านี้ ขึ้นอยู่กับจำนวนที่โดน ความลึก และชนิดของหอยเม่น หลังจากนั้นอาจมีการบวมและอักเสบตามมาอาจกินระยะเวลาไม่กี่วัน จนถึงเป็นอาทิตย์
วิธีการรักษา -   ใช้มือบีบนวดบริเวณที่โดน หรือใช้ของแข็งที่สะอาดทุบตรงที่ถูกตำให้หนามแตกละเอียด -   ใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำ 1 :1  หรือ มะนาวผ่าซีก มาถูบริเวณที่ตำประมาณ 30 นาที เพื่อให้หนามสลายตัวได้เร็วขึ้น เนื่องจากทั้งคู่มีฤทธิ์เป็นกรดจึงไปช่วยละลายหนามในบางส่วนได้  หรือจะแช่บริเวณที่โดนในน้ำอุ่นแบบเท่าที่ทนได้ประมาณ 30 -60 นาที ก็จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้ลดลงได้ -   หนามที่แตกละเอียดจะสลายไปเองโดยใช้ระยะเวลาประมาณ 1 อาทิตย์ -

วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555


Pic_214384
Picture : Rex Features
นักโบราณคดีขุดพบ โครงกระดูกชายและหญิง อายุเก่าแก่ 1,500 ปี นอนจับมือและสบสายตากันในวาระสุดท้ายของชีวิต ที่เมืองโมเดนา ในกรุงโรม…
สำนัก ข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อ 4 พ.ย. ว่า นักโบราณคดีขุดพบโครงกระดูกชายและหญิง นอนจับมือกัน ในคฤหาสน์โรมันโบราณ ที่เมืองมูตินา หรือเมืองโมเดนา ที่รู้จักกันในปัจจุบัน ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี ซึ่งนอกจากจะจับมือกันในวาระสุดท้ายของชีวิตแล้ว ร่างของทั้ง 2 ยังอยู่ในท่วงหน้าหันหน้าประสานตากันอีกด้วย

โครง กระดูกดังกล่าว ถูกฝังช่วงจักรวรรดิ์โรมัน ศตวรรษที่ 5 หรือราว 1,500 ปีที่แล้ว ด้าน เวเนีย มิลานี นักโบราณคดีรายหนึ่ง เผยว่า “เป็นอะไรที่สวยงามและน่าประทับใจมาก โครงกระดูกฝ่ายหญิงหันหน้าสบตากับฝ่ายชาย แสดงให้เห็นถึงความรักอันเป็นนิรันดร์ ในขณะที่มือของทั้งสองสอดประสานกันและกัน เชื่อว่าฝ่ายชายหันหน้ามองไปทางฝ่ายหญิงเช่นกัน และทั้งคู่ก็ยังเป็นคู่สมรส เพราะพบแหวนเงินในโครงกระดูกฝ่ายหญิงด้วย”

โครง กระดูกคู่รักอมตะนี้ เป็น 1 ใน 11 หลุมขุดพบพร้อมกัน ที่ความลึกประมาณ 10 ฟุต และจะถูกนำไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นปีหน้า นอกจากนี้ยังพบโครงกระดูกวัยรุ่นชาย 3 คน ที่บ้านหลังหนึ่ง เชื่อว่าเป็นข้าทาส เพราะอยู่ในท่วงทาที่ถูกนายจ้างทำร้าย
อนึ่ง การค้นพบโครงกระดูกคู่รักเช่นนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เมื่อปี 2007 เคยพบโครงกระดูก 2 ร่างนอนเคียงข้างกันมาก่อน ที่เมืองมูตินา ประเทศอิตาลี อายุเก่าแก่ราว 5,000 ปี.

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สถานที่เที่ยวกลางคืน ยอดฮิต

สถานที่เที่ยวกลางคืน ยอดฮิต:
ยอดฮิต

สถานที่เที่ยวกลางคืน ปัจจุบันนี้มีมากมายจนนับแทบไม่ทั่ว สำหรับผู้ที่เป็นเสียนเที่ยวกลางคืนก็คงมีสถานที่ที่ประจำอยู่แล้ว แต่สำหรับผู้ที่ไม่เคยเที่ยวกลางคืนแล้วอยากจะลองไปดูบ้างว่าเป็นอย่างไร บางคนอาจจะไปถามเพื่อนๆที่เที่ยวบ่อยๆว่าร้านนี้สนุก แต่พอไปแล้วกลับรู้สึกว่าไม่สนุก เพราะมันไม่ใช่แนวเรา เราก็เลยอยากนำสถานที่เที่ยวกลางคืนยอดฮิตมาฝากสำหรับผู้ที่ไม่เคยเที่ยวกลางคืน หรือสำหรับคนเที่ยวกลางคืนที่อยากลองหาบรรยากาศใหม่ๆ

 

 

ย่านเอกมัย-ทองหล่อ

:  บูซ, นั่งเล่น, cliq, escudo,ซานติก้า ,สองสลึง  แถบนี้ส่วนใหญ่คล้ายๆ กัน คือ เปิดแผ่นสลับกับเล่นสด แถบนี้หนุ่มๆ สาวๆ วัยทำงานเที่ยวค่ะ จะมีร้านนั่งเล่นที่วัยรุ่นเยอะหนอ่ย ประมาณน้องๆนศ.มหาลัยเยอะ(จนเบียด)(ไปนั่งเล่นวันศุกร์เสาร์กรุณาเตรียมถัง ออกซิเจนไปช่วยหายใจด้วยเพราะคนเยอะมาก)/ cliq ทองหล่อ 25 สมัยเปิดใหม่ๆ ได้ใจมากค่ะ คนเที่ยวมีระดับดี แต่พักหลังธรรมดา เลยไม่ค่อยได้ไป/ ซานติก้า เอสคูโด้ สองสลึง ปรับปรุงร้านใหม่แล้ว แต่แอนยังไม่ได้ไปค่ะ

ย่านอาร์ซีเอ

:  Route66 อันนี้แบ่งเป็นสองฝั่ง มีเล่นสดและฮิพฮอพ คนเที่ยวที่นี่ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น – วัยทำงานหน้าตาดีกันเยอะเพราะที่นี่คัดคนเข้าค่ะ

: อีกที่ก็ Slim มี 3 โซน คือเล่นสด ฮิพฮอพ แต่ถ้าชอบแนวทรานซ์ แนะนำให้ไปที่ Flix Slim เปิดเหล้าแพงกว่านิดหน่อย แต่มันส์ทุกคืนค่ะ

:  Jazzit อยู่ตรงข้ามรูท เคยไปคร้งนึงกะผิ๋ง เปิดแนวแจ๊สและบลอสซา เจ้าของเป็นคนอิตาลี่ หากชอบแนวนี้ ที่นี่ถือว่าโอเคมากค่ะ

ย่านอาร์ซีเอนี่ไปบอ่ยมาก โดยเฉพาะรูทกะสลิม ไปกะม่อมและผิ๋งนี่หละ

ไปจนแทบจะปิดตาเดินได้แล้ว โดยรวมถือว่าค่อนข้างโอเค ทั้งคนเที่ยวและราคาค่ะ

ย่านรัชดา

:  อินช์ มีสองฝั่งคือเล่นสดและฮิพฮอพ ฮิพฮอพที่นี่เล่นดี เพราะดีเจหล่อมาก(เกี่ยวมะ?) ส่วนฝั่งเล่นสดได้ข่าวว่าเปลี่ยนวงเล่นใหม่ เล่นดีมากมายเลยทีเดียว

: สนอพ อันนี้เล่นสดสลับกับเปิดแผ่น ช่วงหัวค่ำๆ เล่นสดเล่นเพลงแนวชิลๆ ค่ะ

: บาร์ยันที อันนี้ก็เล่นสดสลับเปิดแผ่น ดึกๆ มีทรานซ์ด้วย แต่โดยส่วนตัวไม่ค่อยชอบที่นี่เท่าไหร่ ถ้าไปรัชดา ชอบไปอินช์มากกว่าค่ะ

ย่านสุขุมวิท (international pub & bar)

:  คิวบา  อันนี้เปิดแผ่นฮิพฮอพสลับเพลงสากล ราคาค่อนข้างแพงกว่าที่กล่าวมาด้านบน เพราะต้องเสียค่าเข้าคนละ 500 บาทซึ่งจะได้ดริงค์ 2 ดริงค์ค่ะ คนเที่ยวสวนใหญ่เป็นฝาหรั่งค่า

:  Bed  ไม่แน่ใจว่าชือ่เต็มคืออะไร แต่อยู่ในสุขุมวิท 11 ใกล้ๆ คิวบาน่ะหละ อันนี้โดยส่วนตัวว่าสไตล์การแต่งร้านเจ๋งค่ะ ที่นั่งเป็นเตียงขนาดใหญ่ให้เราไปนอนกลิ้งเกลือกได้ใจมากๆ แต่แพงไปหน่อย เสียค่าเข้า 1000 ได้สองดริงค์เช่นกัน มีสองฝั่งคือทรานซ์และฮิพฮอพ ฮิพฮอพที่นี่ดีเจเปิดดีค่ะ คุณภาพพอกับที่รูทอาร์ซีเอเลยทีเดียว(เพราะดีเจคนเดียวกันกะที่รูท อิอิ) ขนาดวันนั้นที่ไปยังไม่เมา แต่สามารถแดนซ์กระจายได้โดยไม่เคอะเขิน ได้โหวต ว่าเป็นผับที่ดีที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วย และแน่นอนคนเที่ยวส่วนใหญ่ ก็ชาวต่างชาติค่ะ

Bar @ Siamsquare อันนี้เป็น international bar ในโรงแรมโนโวเทล อันนี้มีเล่นสดและสลับเปิดแผ่นฮิพฮอพกับทรานซ์ค่ะ อันนี้ก้อเสียค่าเข้าเช่นกัน ไม่แน่ใจว่าเท่าไหร่ เพราะวันที่ไปมีคนจ่ายให้ จำได้ว่าเปิดเหล้าไฮเนสซี่ขวดละ 4000 บาทราคามิกซ์เซอร์ไม่ทราบค่ะ แต่สถานที่โอเคมากค่ะ คนเที่ยวส่วนใหญ่ก็ชาวต่างชาติเช่นกัน มีโซนฮิพฮอพด้วย ดีเจเปิดแผ่นดีพอสมควรค่ะ

อีกร้านที่อยากแนะนำถ้า ชอบฮิพฮอพ จำชื่อร้านไม่ได้นะคะ อยู่ที่สีลมในซอยพัดน์พงศ์อ่ะคะ ถ้าเข้ามาจากฝั่งถนนสีลมเข้าไปประมาณ 100 เมตรได้ ร้านอยู่ซ้ายมือ ที่นี่เล่นสดฮิพฮอพค่ะ เป็นวงคนผิวดำฟีลเหมืนอดูแบล็กอายพีส์อย่างไงอย่างง้านเลย ขอบอกว่ามันส์สุดๆ ร้านนี้เพือนที่เป็นคนอะเมริกัน เค้าบอกว่า เล่นได้เหมือนที่อเมริกามากๆ แต่สถานที่และคนเที่ยวค่อนข้าง… อืม พูดไงดีหว่า เอาเป็นว่าคนเที่ยวสู้แถบด้านบนๆ ที่แนะนำมาไม่ได้ค่ะ ให้เครดิตผิ๋ง เพราะผิ๋งเป็นคนพาไปค่ะ

:  แซกโซโฟน อนุสาวรีย์ค่ะ ร้านนี้เล่นสดแจ๊สได้สุดยอดมากๆ ถ้าชอบนั่งชิลด์ๆ ฟังเพลงแจ๊สนี่ขอเชิญร้านนี้เลยค่ะ ร่านนี้เคยไปกะอดีตแฟน ไปนั่งโรแมนติกกัน ดื่มไวน์ ฟังเพลงแจ๊ส สุดยอดๆ (แต่ราคาไม่ได้แพงอะไรมากนะคะ)

:  The Rock pub ราชเทวีค่ะ อันนี้เล่นสดร๊อคหนักๆ เลย คนไม่ฟู่ฟ่ามาก เพราะเพลงค่อนข้างแนว จริงๆ แอนไม่ได้ฟังแนวนี้ แต่มีเพือนที่รู้จักมันแนวมาก พาเราไปเวลาเมาๆ หลายรอบเลยทีเดียว เท่าที่ลองไปแล้ว ก็เล่นเพลงร๊อคที่เราเคยได้ยินๆมาเพลงดังๆ เพลงเก่าเพลงใหม่มากมายสลับกันไปค่ะ

ต่อไปนี้เป็นร้านอาหาร แต่มีวงเล่นสด

เผืออยากได้อารมณ์นั่งฟังเพลงชิลด์ๆ กินอาหาร นั่งคุยกะเพื่อน


:  อร่อยดีมีแฮงค์ สวนลุมไนท์บาซาร์ ร้านนี้มีวงเล่นสด เล่นได้สุดยอดมากๆ ใครอกหัก ขอเชิญร้านนี้ เพลงแต่ละเพลงเล่นมาทีน้ำตาร่วงกันเลยทีเดียว เพลงตลาดๆ ก็ฟังง่ายค่ะ บรรยากาศร้านก็ดี นักร้องแต่ละวงที่มาเล่นสับเปลี่ยนกันไป ถือว่ามีคุณภาพสูงเกือบทุกวง ร้านนี้แอนไปกะผิ๋งบ่อยๆ จำได้ช่วงอกหักพร้อมกันสองคน ไปนั่งร้องไห้ด้วยกันที่ร้านนี้หละ ได้อารมณ์สุดๆ ขอแนะนำเลยค่ะ

:  Sortrel ถนนนราธิวาส(ไม่แน่ใจว่าใช่รึเปล่าอ่ะ แถวๆ พระราม 3 อ่ะคะ) ร้านนี้วงเล่นสดดีเช่นกัน บรรยากาศก็โอเค เคยไปมาเมือ่นานมาแล้ว ไม่แน่ใจว่าคุณภาพยังดีเหมือนเดิมรึเปล่า แต่ตอนที่ไปเมื่อนานมาแล้ว วงที่เล่นๆ ดีค่ะ

:  Castaway บรรยากาศดีสุดๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีวงอะคูสติกเล่นเพลงชิลด์ๆ ให้เราฟัง วงเล่นสดที่เช่นกันค่ะที่ร้านนี้ แต่ร้านนี้ไปเมือ่สองปีที่แล้ว ไม่รู้ว่ามาตรฐานยังคงเดิมรึเปล่า แต่ที่เคยไป ชอบมากค่ะ ใครที่อยากพาแฟนไปโรแมนติก เชิญร้านนี้เลย เพราะเค้ามีโซนที่นั่งสำหรับคู่รักด้วยนะ

ถนนข้าวสาร

:  โอ้บาร์   ร้านนี้เปิดแผ่นสลับกับเล่นสด ไปเมือตอนเปิดร้านใหม่ๆ วงเล่นสดเล่นได้กะโหลกกะลามาก ตอนแรกแอนนึกว่าคิดไปคนเดียว แต่ละม่อมก็พูดเป็นเสียงเดียวกันกะเราว่าเล่นได้ห่วยจริงค่ะ แอนไม่แน่ใจว่าเค้าเปลี่ยนวงแล้วรึยัง ร้านก็มืดไปหน่อย แต่ราคาเหล้าถูกแบบไม่น่าเชือ… คือ ถูกกว่าด้านบนๆ ที่แอนแนะนำไปอ่ะคะ สรุปไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่เด็กเสริฟที่นี่หน้าตาน่ารักอย่างไม่น่าให้อภัย ตอนนั้นเรียกมาคุย เค้าบอกวาเป็นเด็กเพิ่งจบใหม่ซะด้วย อิอิ แห๊มม ถ้ารวยจะส่งเสียให้เรียนต่อซะหน่อย

:  Deep  ข้าวสารเช่นกัน ก็เล่นสดเวิคดีค่ะ อยู่ใกล้ๆ กะโอ้บาร์นี่หละ แต่แอนว่าร้านมันเล็กๆ บางคนอาจจะชอบ คือแอนไม่ถนัดแถวถนนข้าวสารอ่ะคะ ที่เคยไปก็นับครั้งได้ สองที่ๆ แนะนำมา ก็ไปภายในคืนเดียว แล้วก็ไม่ได้ประทับใจอะไรเป็นพิเศษ ถ้าจะชอบก็คงเป็นเรือ่งราคา ที่ถูกกว่าด้านบนๆ ที่แนะนำไปมากมายค่ะ ถือว่า ถ้าไม่คิดไรมาก อยากไปแบบประหยัดๆ ก็คงต้องแถบนี่หละค่ะ

ที่มา: PANTIP.COM : F5573919 +++ สถานที่เที่ยวกลางคืนยอดฮิตค่ะ +++ [] topicstock.pantip.com/siam/topicstock/2007/07/…/F5573919.htm… – แคช- บล็อกผลการค้นหาจาก topicstock.pantip.com ทั้งหมด 4 ก.ค. 2007 – +++ สถานที่เที่ยวกลางคืนยอดฮิตค่ะ +++. เห็นมีหลายคนมาชอบมาถามว่าจะเที่ยวกลางคืนที่ไหนดี แอนไปคอมเมนต์ไว้ในกระทู้ๆ นึง พิมพ์ไปพิมพ์มา

การเลือกเสื้อผ้าสำหรับเที่ยวกลางคืน

การเลือกเสื้อผ้าสำหรับเที่ยวกลางคืน:
ก็เรื่องการแต่งตัวเป็นเรื่องที่พลาดไม่ได้สำหรับสาวๆ ยิ่งตอนไปเที่ยวกลางคืนด้วยแล้ว ต้องสวย เลิศไร้ที่ติกันเลยว่ายังงั้น เพราะจะได้เป็นที่สะดุดในสายตาหนุ่มๆ วันนี้เราเลยมีเคล็ดลับเล็กๆสำหรับการเลือกใส่เสื้อมาฝาก โดยเฉพาะคอเสื้อ เพราะลักษณะคอเสื้อที่แตกต่างกันไปก็ช่วยแก้ไขข้อบกพร่องของรูปร่างได้เช่น กัน

เสื้อคอปาด (Boatneck)

สาว ที่มีไหล่แคบและสาวสะโพกสะบึมเหมาะกับเสื้อคอปาดมาก เพราะจะช่วยทำให้ไหล่ดูกว้างและสะโพกดูสมดุลขึ้น เสื้อคอปาดยังเหมาะกับสาวที่มีรูปหน้ารูปหัวใจ สาวคอยาว และเหมาะกับทั้งสาวหน้าอกเล็กและหน้าอกใหญ่ด้วย แต่ไม่เหมาะกับสาวคอสั้น คอใหญ่ และสาวไหล่กว้าง

เสื้อคอกลมสูง (Crewneck)

คอเสื้อแบบนี้เหมาะกับสาวคอยาว ส่วนสาวๆ ที่รู้ตัวว่าคอสั้น คอสองชั้น หรือมีหน้าอกใหญ่ ควรหลีกเลี่ยงที่จะใส่เสื้อคอกลมสูง

เสื้อคอวี (V-neck)

เสื้อ คอวีเหมาะกับสาวๆ แทบทุกรูปร่าง ใส่แล้วจะช่วยให้ดูเพรียวขึ้น และถ้าคอยิ่งลึกเท่าไหร่ก็จะยิ่งทำให้ดูหุ่นเพรียวมากขึ้นเท่านั้น เหมาะกับสาวหน้าอกใหญ่ หน้ากลม สาวหน้าอกเล็กใส่ก็ดูดี และหากคุณเป็นสาวไหล่แคบหรือมีหุ่นทรงลูกแพร์ ใส่เสื้อคอวีกว้างจะดูสวยมาก แต่สำหรับสาวที่คอยาวมากๆ ไม่ควรใส่เสื้อแบบนี้ เพราะเดี๋ยวคนอื่นจะนึกว่ากะเหรี่ยงคอยาวเพิ่งลงมาจากยอดดอยไม่รู้ด้วยนะ ครับ

เสื้อคอกลมลึก (Scoop)

เสื้อ คอกลมลึกกว้างแบบนี้เหมาะกับสาวไหล่แคบหรือสาวหุ่นทรงลูกแพร์เป็นอย่างยิ่ง คอเสื้อแบบนี้ยังช่วยให้สาวคอสั้นดูมีลำคอระหงมากขึ้น ช่วยให้ดูหน้าอกเล็กลง ทั้งยังเหมาะกับสาวหน้ายาวและหน้าแหลมอีกด้วย

เสื้อคอเหลี่ยม (Square)

สาว คนไหนที่รู้สึกไม่มั่นใจกับสะโพกกว้างๆ ของตัวเอง ลองหาเสื้อคอสี่เหลี่ยมมาใส่ดูสิ จะช่วยให้หุ่นของคุณดูสมดุลขึ้น ทั้งยังช่วยให้คอดูยาวขึ้น (เหมือนกับเสื้อคอกลมลึก) แต่คอเสื้อแบบนี้ไม่เหมาะกับสาวไหล่กว้างและสาวที่มีหน้าอกใหญ่

เสื้อคอเต่า (Turtleneck)

เสื้อ คอเต่ามีข้อดีตรงที่เมื่อใส่แล้วจะช่วยให้ลำตัวดูยาวขึ้น ทำให้สาวที่ตัวไม่สูงนักดูตัวสูงขึ้นได้ และคอสองชั้นควรเซย์โนเสื้อคอเต่าไปได้เลยล่ะนะจะบอกให้

แต่สำหรับ สาวๆ นอกจากการแต่งตัวดีแล้ว อย่าลืมการทำตัวให้เหมาะสมตามสถานที่และโอกาสก็สำคัญไม่แพ้กันนะครับ….เมา ไม่กลับกับคนแปลกหน้านะครับ..

ที่มา: คอเสื้อแบบไหนใส่แล้วสวย : อาหารสมอง variety.teenee.com/foodforbrain/36133.html – แคช - บล็อกผลการค้นหาจาก variety.teenee.com ทั้งหมด 15 มิ.ย. 2011 – สาวที่มีไหล่แคบและสาวสะโพกสะบึมเหมาะกับเสื้อคอปาดมาก เพราะจะช่วยทำให้ไหล่ดูกว้างและสะโพกดูสมดุลขึ้น เสื้อคอปาดยังเหมาะกับสาวที่มีรูปหน้ารูปหัวใจ

วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

’7 สิ่งมหัศจรรย์ตามธรรมชาติของโลกยุคใหม่’

Pic_216031

เผยผลโหวตไม่เป็นทางการ ’7 สิ่งมหัศจรรย์ตามธรรมชาติของโลกยุคใหม่’


เผยผลโหวตอย่างไม่เป็นทางการครั้งแรก สำหรับ 7 สิ่งมหัศจรรย์ตามธรรมชาติของโลกยุคใหม่ ได้แก่ อะเมซอน อ่าวฮาลอง น้ำตกอีกัวซู เกาะเชจู อุทยานแห่งชาติโคโมโด แม่น้ำใต้ดิน เปอร์โต ปรินเซซา และภูเขาโต๊ะ…
เบอร์นาร์ด เวเบอร์ ผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ “นิว เซเว่น วันเดอร์ส” ประกาศผลลงคะแนน 7 สิ่งมหัศจรรย์ “ตามธรรมชาติ” ของโลกยุคใหม่ หรือ “นิว เซเว่น วันเดอร์ ออฟ เนเจอร์ ” อย่างไม่เป็นทางการ จากการคัดเลือกตั้งแต่ 440 แห่งใน 220 ประเทศทั่วโลก กระทั่งเหลือ 77 แห่ง ตามด้วย 28 แห่ง และล่าสุดเพียง 7 แห่ง
ซึ่ง ผลโหวตล่าสุด นับจากเวลา 11.11 น. ตามเวลาสากล ของวันที่ 11-11-11  หรือ วันที่ 11 พ.ย. 2011 เรียงตามตัวอักษรได้แก่ 1. อะเมซอน 2.อ่าวฮาลอง 3.น้ำตกอีกัวซู  4.เกาะเชจู  5.อุทยานแห่งชาติโคโมโด 6.แม่น้ำใต้ดิน เปอร์โต ปรินเซซา 7.ภูเขาโต๊ะ
สำหรับการประการผลอย่างเป็นทางการ จะมีขึ้นในต้นปี 2012 และ 7 สิ่งมหัศจรรย์ตามธรรมชาติยุคใหม่ของโลกทั้ง 7 แห่งนี้ จะนำไปรวมกับ 7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่ที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งประกาศอย่างเป็นทางการไปแล้ว เมื่อวันที่ 07-07-07 หรือวันที่ 7 ก.ค. 2007 ได้แก่ 1.ชิเชน อิตซา อัสเทค ไซต์ แห่งยูคาตาน ประเทศเม็กซิโก 
2.ไครสต์ เดอะ รีดีมเมอร์ ที่กรุงริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล หรือ รูปปั้นพระเยซูขนาดใหญ่ในบราซิล 3.กำแพงเมืองจีน 
4.มาชู ปิกชู ประเทศเปรู 
5.เมืองโบราณเปตรา จอร์แดน
 6.โคลอสเซียม กรุงโรม
 7.ทัชมาฮาล แห่งอินเดีย
อะเมซอน
มี พื้นที่ 5,500,000 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมประเทศบราซิล เปรู โคลอมเบีย เวเนซุเอลา เอกวาดอร์ โบลิเวีย ซูรินาเม กายอานา และเฟรนซ์เกียนา หรือดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส
อ่าวฮาลอง
นิยมเรียกว่า ฮาลองเบย์ ของประเทศเวียดนาม เป็นเกาะหินปูนะโผล่พ้นขึ้นมาจากผิวทะเล
น้ำตกอีกัวซู
ขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนของอาร์เจนตินา และบราซิล สูงตั้งแต่ 62-82 เมตร และยาวเกือบ 3 กิโลเมตร
เกาะเชจู
สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ในประเทศเกาหลีใต้ มีภูเขาไฟที่ดับแล้วตั้งอยู่ ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกแล้ว
อุทยานแห่งชาติโคโมโด
เป็นหมู่เกาะในประเทศอินโดนีเซีย ที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ และมีมังกรโคโมโด ที่สืบสายมาจากไดโนเสาร์เป็นสัญลักษณ์
เปอร์โต ปรินเซซา
หรืออุทยานแห่งชาติแม่น้ำใต้ดินเปอร์โต ปรินเซซา ตั้งอยู่ที่เกาะปาลาวัน ประเทศฟิลิปปินส์
ภูเขาโต๊ะ
อุทยานแห่งชาติเทเบิลเมาเทน หรือภูเขาโต๊ะ ตั้งอยู่ที่เมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้

ภาพประกอบจาก : wikipedia

เที่ยว 8 ประเทศสวย ๆ ที่เต็มไปด้วยความงามแห่งสีสัน

แอฟริกาใต้
ถ้า จะถามว่าบนโลกกลม ๆ ใบนี้ จะมีสักกี่ประเทศกัน ที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีความสวยงาม และเต็มไปด้วยความงดงามแห่งสีสันเตะตา ต้องใจ รวมถึงดึงดูดให้นักเดินทางได้ลิ้มลองไปเที่ยวชมสักครั้งในชีวิต เชื่อว่าหลาย ๆ คนมีอยู่ในใจบ้างแล้ว แต่สำหรับใครที่ยังนึกไม่ออกหรือบอกไม่ถูกว่ามีประเทศใดบ้าง ก็ไม่ต้องคิดมากไป เพราะทางเว็บไซต์ opentravel.com ได้คัดเอา 8 ประเทศสวย ๆ ที่เต็มไปด้วยความสดใสของสีสันมาให้ทราบกัน ฉะนั้น เราไปดูกันดีกว่าว่าจะมีที่ไหนบ้าง รวมถึงจะมีสีสันคัลเลอร์ฟูลมากน้อยขนาดไหน ตามไปชมกันได้เลย
 1. ประเทศแอฟริกาใต้ (South Africa)
ชื่อของประเทศแอฟริกาใต้ นอกจากจะเป็นที่คุ้นหูในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก เมื่อปี 2010 แล้ว ประเทศทางตอนใต้ของโลกแห่งนี้ ยังขึ้นชื่อในเรื่องของสีสันตามธรรมชาติ ที่มีอย่างมากมายตระการตาเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นสีของต้นไม้ใบหญ้าที่ผลัดกันออกดอกให้เกิดความสวยงามในแต่ละฤดู กาล สีเขียวของฤดูใบไม้ผลิ รวมไปถึงน้ำตาลสีแดง สีแดงเพลิง และสีแดงสดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง นอกจากนั้นแล้ว ประเทศแอฟริกาใต้ยังเป็นที่ตั้งของหาดทรายพร้อมทะเลสวย ๆ อีกด้วย ที่สำคัญคือมีภูเขาที่พร้อมด้วยความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นทั้งที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินของสัตว์ต่าง ๆ อีกนับไม่ถ้วน
โมร็อคโค
 2. ประเทศโมร็อคโค (Morocco)
นี่คืออีกหนึ่งประเทศที่ใครหลาย ๆ คนมักจะไม่ค่อยสนใจสักเท่าไหร่ เพราะคิดกันอยู่เสมอว่าเป็นประเทศที่มีแต่ทะเลทรายแห้ง ๆ ร้อน ๆ เท่านั้น ซึ่งจริง ๆ แล้วหากๆได้ลองไปสัมผัสสักครั้ง จะรู้ได้ในทันทีว่านี่คือประเทศที่มีความงามของสีสันไม่แพ้ชาติใดในโลก อันจะเห็นได้จากสีในเฉดแบบแรง ๆ สด ๆ ตามบ้านเรือนและกำแพงต่าง ๆ โดยเฉพาะในโทนสีฟ้า ที่จะพบเห็นได้มากเป็นพิเศษ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะด้วยความที่โมร็อคโคอยู่ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก จึงทำให้ผู้คนที่นี่ยึดเอาสีของน้ำทะเล มาช่วยสร้างสีสันให้บ้านเรือนของพวกเขานั่นเอง
นอกจากสีฟ้าของน้ำทะเลแล้ว สีทองหรือสีเหลืองแบบทะเลทราย ก็มีปรากฏให้เห็นในโมร็อคโคเช่นเดียวกัน ซึ่งสีโทนนี้มักจะเห็นอยู่ตามสถานที่สำคัญ ๆ รวมไปถึงแหล่งชุมชนใหญ่ ๆ ของประเทศ เช่น อาคารสำนักงาน หรือตามตลาดท้องถิ่น เป็นต้น
โคลัมเบีย
 3. ประเทศโคลัมเบีย (Colombia)
แม้โคลัมเบียจะมีชื่อเสียงในด้านลบเกี่ยวกับเรื่องของยาเสพติด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้สีสันของประเทศนี้ดูซีดมัวหรือโดดเด่นน้อยลงแต่อย่างใด หากแต่โคลัมเบียยังมีความสวยงามทางธรรมชาติคอยต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองอยู่ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นหุบเขาที่ใช้ปลูกกาแฟ น้ำทะเลใส ๆ บนแนวชายฝั่งแคริบเบียน อาคารบ้านเรือน เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายที่มีสีฉูดฉาดของผู้คน และอื่น ๆ อีกเพียบ นี่เองจึงเป็นจุดดึงดูดสำคัญที่ทำให้ในแต่ละปี มีจำนวนของนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศแห่งนี้มากขึ้น ๆ อย่างไม่ขาดสาย
เนเธอร์แลนด์
 4. ประเทศเนเธอร์แลนด์ (Netherland)
เนเธอร์แลนด์ หรืออีกชื่อหนึ่งที่คุ้นหูว่า “ฮอลแลนด์” (Holland) ก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ขึ้นชื่อลือชาว่าเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยสีสัน เริ่มตั้งแต่ทุ่งดอกทิวลิปที่ผลิดอกอวดโฉมบานสะพรั่ง เรื่อยไปจนถึงสถาปัตยกรรมต่าง ๆ และหาดทรายสวย ๆ ทั้งนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่การันตีได้ว่าเนเธอร์แลนด์ เป็นประเทศแห่งสีสันนั่นก็คือ การที่ประเทศแห่งนี้เป็นแหล่งกำเนิดของเหล่าศิลปินผู้มีความสามารถทางศิลปะ ชื่อก้องโลกมากมาย ทั้ง แรมแบรนดท์ (Rembrandt), เฟอร์เมียร์ (Vermeer), แวน โก๊ะ (van Gogh) และ คูนิ่ง (Kooning)
เปรู
ภาพประกอบโดย Paul Clarke / Shutterstock.com
 5. ประเทศเปรู (Peru)
นี่คือประเทศที่เต็มไปด้วยสีสันแทบจะทั้งปีก็ว่าได้ เพราะด้วยการแต่งตัวของผู้คนที่เน้นสีสันฉูดฉาดแบบไม่มียั้ง รวมไปถึงประเพณีต่าง ๆ ซึ่งเน้นในเรื่องของการเฉลิมฉลองอย่างสนุกสนาน รวมไปถึงอาหารการกินและความเป็นอยู่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ทำให้ภาพของเปรู คือประเทศที่พร้อมพรั่งด้วยสีสันอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ เหล่าบรรดาสิงสาราสัตว์ทั้งหลาย โดยเฉพาะพวกนกแก้วมาคอว์ด้วยแล้ว ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยย้ำเตือนให้รู้ว่าเปรูนั้นเต็มไปด้วยสีสันอย่างแท้ จริง
นอร์เวย์
 6. ประเทศนอร์เวย์ (Norway)
นอกเหนือจากการตกแต่งอาคารบ้านเรื่อน สิ่งที่ทำให้ประเทศนอร์เวย์มีความน่าสนใจ นั้นก็คือ ความเป็นธรรมชาติและแหล่งธรรมชาติต่าง ๆ ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นหุบเขา ท้องทะเล สีฟ้าครามบนท้องฟ้า ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ดึงดูดและเชื้อเชิญให้บรรดานักท่องเที่ยว คนรักกล้อง รวมถึงหัวศิลป์มากมายหลากหลายแขนงจากทั่วทุกมุมโลก เดินทางมาที่นอร์เวย์กันอย่างไม่ขาดสาย และทำให้ชื่อของนอร์เวย์จัดอยู่ในลิสต์ระดับต้น ๆ ของนักท่องเที่ยว ที่อยากจะเดินทางไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต
อินเดีย
 7. ประเทศอินเดีย (India)
เมื่อพูดถึงประเทศแห่งสีสันแล้ว ครั้นจะไม่พูดถึงประเทศอินเดียจากเอเชียบ้านเรา เห็นทีคงจะไม่ได้ เพราะแดนภารตะแห่งนี้ จัดเป็นประเทศที่มีสีสันอยู่เต็มไปทั่วทั้งประเทศเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้คน อาหาร สินค้าและวัตถุดิบต่าง ๆ ประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา วัฒนธรรมที่มีมาอย่างยาวนาน เทศกาลสนุก ๆ ความเชื่อมากมายหลากหลายอย่าง ฯลฯ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศนี้ไปแล้วทั้งสิ้น
ญี่ปุ่น
ภาพประกอบโดย Galina Barskaya / Shutterstock.com
 8. ประเทศญี่ปุ่น (Japan)
ด้วยความที่ประเทศมีความพร้อมและมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี จึงจะเห็นได้ว่าประเทศญี่ปุ่นมักประดับประดา และตกแต่งสถานที่ด้วยแสงไฟนีออน โดยเฉพาะในยามราตรี หลาย ๆ ตึก รวมถึงหลาย ๆ ร้านค้าจะเปิดไฟเหล่านั้นพร้อม ๆ กัน ทำให้เกิดความงดงามจากแสงสว่างเหล่านั้น ซึ่งก็เป็นอะไรที่น่าประทับใจอยู่ไม่น้อย ทั้งนี้ทั้งนั้น ญี่ปุ่นไม่ได้มีความงามที่เกิดจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว หากแต่ความงามและสีสันต่าง ๆ ทั้งจากธรรมชาติ สิ่งปลูกสร้าง ก็มีปรากฏอยู่ให้เห็น ไม่ว่าจะเป็น สีชมพูจากดอกซากุระ สีขาวเนียนจากหิมะ สีของไม้ตามวัดต่าง ๆ และอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วน
นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของความเจริญทางแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย เสื้อผ้า หน้าผม พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการแสดงออกในด้านต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนที่ช่วยมาเติมเต็มให้แดนปลาดิบ เป็นอีกประเทศหนึ่งที่เต็มไปด้วยสีสันสวยงามอีกประเทศหนึ่งอย่างไม่ต้อง สงสัย
และนี่เป็น 8 ประเทศแห่งสีสันที่เราหยิบมาแนะนำกัน ซึ่งจริง ๆ แล้วเชื่อว่าคงจะมีอยู่หลากหลายประเทศ ที่ถูกมนุษย์รวมถึงธรรมชาติ แต่งแต้มสีสันให้คุณอยากไปเยือนสักครั้ง (จริงไหม)

วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

“อาหารพื้นเมืองภูเก็ต” หรอยอย่างแรง แฝงวิถีชีวิต วัฒนธรรมการกิน

ติ่มซำอาหารเช้าของคนภูเก็ต
“ภูเก็ต” ได้ชื่อว่าเป็น “ไข่มุกแห่งอันดามัน” สวรรค์ของนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่หลงใหล
นอกจากความงดงามของท้องทะเลที่มีชื่อเสียงโด่งดังในระดับโลกแล้ว ภูเก็ตยังมีของดีที่ใครหลายคนอาจมองข้ามไปนั่นก็คือ เรื่องของ“อาหารพื้นเมืองภูเก็ต”ที่ โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่ยอมรับในเรื่องรสชาติความอร่อย ถือเป็นหนึ่งในสิ่งเชิดหน้าชูตาของเมืองนี้ ซึ่งบางเมนูหาทานที่ไหนไม่ได้ เนื่องจากมีทำเฉพาะที่ภูเก็ตแห่งเดียวเท่านั้น นอกจากนี้อาหารพื้นเมืองภูเก็ตก็ยังมีความผูกพันกับวิถีชีวิตคนภูเก็ต ทำให้การได้ลองลิ้มอาหารพื้นเมืองภูเก็ต ก็เสมือนกับว่าได้เรียนรู้วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ของชาวภูเก็ต ผ่านจากอาหารการกินไปด้วย
โลบะที่ชวนกิน
“อาหารพื้นเมืองภูเก็ต” มีความเป็นอัตลักษณ์ส่วนตัวที่โดดเด่น เพราะว่าเป็นอาหาร ที่ได้รับการผสมผสานทางด้านวัฒนธรรมของชาวพื้นเมือง และชาวจีน (จีนฮกเกี้ยน) เพราะชาวจีนเป็นชนกลุ่มใหญ่ที่สุดในภูเก็ต ฉะนั้นอาหารพื้นเมืองภูเก็ต จึงมีรสชาติที่จัดแบบอาหารใต้ทั่วไป และก็มีกลิ่นอายของความเป็นจีนสอดแทรกอยู่ด้วย ซึ่งอาหารพื้นเมืองภูเก็ตนั้นมีความหลากหลายมาก มีทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน ที่มีรูปแบบ วิธีการปรุง และรสชาติของอาหารที่แตกต่างจากที่อื่นหลายชนิดด้วยกัน
อุทิศ ลิ่มสกุล เจ้าหน้าที่ททท. หาดใหญ่ แต่เป็นชาวภูเก็ตโดยกำเนิด หนึ่งในผู้ที่ผูกพันคุ้นเคยกับอาหารภูเก็ตเป็นอย่างดี ได้พูดถึงเรื่องของ อาหารพื้นเมืองภูเก็ตว่า ถ้าให้นึกถึงอาหารพื้นเมืองภูเก็ตแล้วนั้น ตนขอมองในเรื่องของรสชาติและในเรื่องของเมนูอาหารก่อน ซึ่งเรื่องรสชาติคือไม่เหมือนอาหารที่อื่น มีความโดดเด่นไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของส่วนผสม ทั้งอาหารหนัก อาหารทานเล่น แม้กระทั่งส่วนประกอบที่เป็นน้ำจิ้ม จะมีความแตกต่างจากที่อื่น บางเมนูอาจจะเหมือนกับที่อื่นในเรื่องของส่วนผสม ส่วนประกอบ แต่น้ำจิ้มจะมีความแตกต่างกัน
และเมื่อถามถึงว่าคิดว่าอาหารพื้นเมืองภูเก็ตนั้นมีเสน่ห์ตรงไหน อุทิศ บอกว่า “ผมคิดว่าเสน่ห์ของอาหารพื้นเมืองภูเก็ต น่าจะเป็นเรื่องของที่อื่นไม่มี ก็คือความโดดเด่นหรือว่าความเป็นอัตลักษณ์ เพราะอาหารพื้นเมืองภูเก็ตมีความเกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของคนภูเก็ต คือจริงๆ แล้วอาหารทุกอย่างถ้าหากลงไปดูรายละเอียดลึกๆ แล้วจะมีที่มา เพราะว่าบางเมนูก็จะมีความผูกพันไปเกี่ยวกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคน ภูเก็ต อย่างเช่น ขนมอิ่วบึ่งที่เอามาใช้ทาน และใช้ในงานมงคลในการรับขวัญเด็กผู้ชาย ส่วนหมี่ก็เป็นส่วนหนึ่งในการทำในเรื่องของการทำบุญ ถ้าหากสังเกตว่าที่ภูเก็ตเวลามีงานบุญ หรืองานสำคัญต่างๆ จะผัดหมี่เป็นหลัก ซึ่งเส้นหมี่มีความหมายถึงความยืนยาว”
มาภูเก็ตต้องไม่พลาดลิ้มรสหมี่สะปำ
อุทิศ ขยายความให้ฟังถึงวัฒนธรรมการกินอาหารพื้นเมืองของคนภูเก็ตว่า เริ่มจากมื้อเช้าคนภูเก็ตจะนิยมกิน “ติ่มซำ” ที่ มีความหลากหลาย และติ่มซำที่ภูเก็ตแตกต่างจากที่อื่นตรงเรื่องของน้ำจิ้ม ที่นี่จะเป็นน้ำจิ้มแบบมีรสชาติเปรี้ยว หวาน และเผ็ดนิดหน่อย เป็นอาหารพื้นเมืองที่ชาวภูเก็ตกินกันตอนเช้าจะเป็นแบบสภากาแฟ แล้วก็มีอาหารอีกประเภทหนึ่งคือ ขนมจีน จะมีน้ำยาขนมจีนหลายอย่าง อาทิ แกงกะทิ น้ำพริกเป็นน้ำยาหวาน แกงไตปลา แกงปู และน้ำชุบยำ คือน้ำพริกที่ขยำกับมือเป็นน้ำยาที่แตกต่างจากที่อื่น แล้วคนที่ไปกินส่วนใหญ่ก็จะตักน้ำยาราดขนมจีนด้วยตัวเอง
“ถ้าเป็นอาหารกลางวันก็เหมือนกับอาหารทั่วไป แต่ว่าจะมีความแตกก็คือในเรื่องของอาหารว่างที่บางคนสามารถนำมาทำเป็นอาหาร มื้อกลางวันได้ อย่างเช่น โลบะ เป็นอาหารพื้นเมืองที่มีเฉพาะที่ภูเก็ตอย่างเดียว ทำมาจากอวัยวะต่างๆ ของหมู พร้อมกับเครื่องใน เอามาปรุงพร้อมกับเครื่องเทศ และหมักเคี่ยวให้จนแห้ง และบางอย่างก็จะนำมาทอดอีกครั้งหนึ่ง แล้วกทานกับน้ำจิ้มที่มีรสชาติเปรี้ยวจากมะนาว เผ็ดจากพริกป่นโรยหน้า หวาน ทานกับแตงกวา ราคาจะแตกต่างกัน มีชุดเล็ก ชุดกลางและชุดใหญ่ ที่ขึ้นชื่อมีอยู่ 2 ร้าน มีที่ร้านโลบะบังเหนียว ทางขึ้นเขารัง อีกร้านเป็นร้านไม่มีชื่อ แต่จะอยู่ตรงข้ามกับศาลเจ้าแม่ย่านาง”
โอเอ๋วขนมหวานของคนภูเก็ต
อุทิศบอก พร้อมกับพูดถึงเมนูอาหารพื้นเมืองภูเก็ตที่โดดเด่น ที่ถ้ามาภูเก็ตแล้วต้องลิ้มลองให้ได้ก็มีอยู่หลายเมนูด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น “หมี่สะปำ” เป็น อาหารขึ้นชื่อของภูเก็ต ที่ว่าถ้าใครมาภูเก็ตแล้วไม่ได้ลองชิมหมี่สะปำก็เหมือนว่ายังมาไม่ถึงภูเก็ต ที่เรียกว่าหมี่สะปำเพราะต้นตำรับจะอยู่ที่หมู่บ้านสะปำ ก็เลยเอาชื่อหมู่บ้านมาเป็นตัวเรียกหมี่สะปำติดปากกันมา ลักษณะของหมี่สะปำก็คือบะหมี่เส้นใหญ่ นำมาผัดกับพวกซีฟู้ดและเนื้อปลา ในการผัดหมี่สะปำจะผัดแบบไม่แฉะและไม่แห้งจนเกินไป หรือจะเรียกอีกชื่อก็คือหมี่ฮกเกี้ยน
“ถ้าอยากทานหมี่สะปำก็มีหลายร้าน อย่าง ร้านหมี่สะปำยายเจียร(ซึ่งเป็นร้านชื่อดังและมีการพูดถึงกันเป็นจำนวนมาก) จะมีความแตกต่างจากร้านอื่นในเรื่องของส่วนผสม ของเนื้อปลา มีซีฟู้ด แล้วผัดใส่ไข่ ใส่กวางตุ้ง และที่ร้านนี้จะเป็นบะหมี่เส้นใหญ่ “ อุทิศ แนะนำ แล้วก็ยังนำเสนอเมนูอื่นอีก
“อีกเมนูหนึ่งคือ หมี่หุ้นป้าฉ่าง จะเป็นหมี่หุ้นหรือเส้นหมี่ขาวผัด ทานคู่กับแกงจืดกระดูกหมู ป้าฉ่างเป็นต้นตำรับ แต่ตอนนี้มีอยู่หลายร้าน แต่ร้านที่คนภูเก็ตนิยมไปทานและนักท่องเที่ยวนิยมไปก็จะอยู่ที่บังเหนียว เข้าไปทางซอยของโรงเรียนเทศบาลบ้านบังเหนียว แล้วอีกที่หนึ่งที่อาจจะสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวก็จะอยู่ที่ ศูนย์อาหารตรงสี่แยกถนนดีบุก แล้วก็อีกที่หนึ่งก็จะเป็นที่ตลาดฉำฉาจะเป็นที่ขายพวกขนมหวาน ขายขนมทุกประเภท”
โอต๊าวหน้าตาคล้ายหอยทอด
อาหารพื้นเมืองภูเก็ตที่น่าลองลิ้มยังมีอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น “โอเอ๋ว” เป็น ขนมหวานที่มีให้กินเฉพาะที่ภูเก็ตเท่านั้น และคนภูเก็ตจะนิยมกินกันช่วงบ่ายสองหรือบ่ายสาม ลักษณะคล้ายๆ น้ำแข็งใส โอเอ๋วเป็นของหวานทำมาจากวุ้นของเมล็ดโอเอ๋ว (คล้ายเมล็ดแมงลัก) ที่แช่น้ำและนำมาผสมกับกล้วย ออกมาเป็นวุ้นใสๆ เวลากินจะใส่น้ำแข็งและน้ำเชื่อม และมีส่วนผสมอื่นๆ อาจจะใส่ถั่วแดงต้ม เฉาก๊วย หรือเครื่องอื่นๆ
“โอต้าว”(โอต๊าว) ลักษณะคล้ายหอยทอด เป็นการนำเอาเผือกและแป้งสาลี แล้วจะมีส่วนผสมของไข่ แล้วก็หอยพงตัวเล็กๆ แล้วผัดให้เข้ากัน เวลากินสามารถปรุงรสเพิ่มเติมได้ตามใจชอบ
และที่พลาดไม่ได้อีกเมนูหนึ่งก็คือ “หมูฮ้อง” สูตร ของคนภูเก็ตส่วนใหญ่จะนำเอาหมูสามชั้น โดยเฉพาะส่วนบริเวณคอและราวนมของหมู เอามาหั่นเป็นชิ้น และเคี่ยวด้วยพริกไทย กระเทียม และใส่ซีอิ๊วดำทำให้หวาน หรือซีอิ๊วสีแดงทำให้ผิวของหมูฮ้องดูไม่ดำจนเกินไปสีจะสวยขึ้น แล้วนำหมูไปเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ เนื้อหมูก็จะนุ่ม เป็นอาหารพื้นเมืองภูเก็ตที่ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด
หมูฮ้องขนาดพื้นเมืองภุเก็ตอันขึ้นชื่อ
นอกจากนี้แล้วก็ยังมีเมนูอื่นๆ อีก อาทิ ขนมบะจ่างที่จะกินตอนเช้า และมีอิ่วบึ่ง เป็นข้าวเหนียวผัดเหมือนกับบะจ่างแต่จะมีหมูแดงหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่วางข้างบนแล้วโรยด้วยหอมเจียว ซึ่งขนมอิ่วบึ่งนี้จะใช้ในพิธีรับขวัญเด็กผู้ชายที่มีอายุครบ 1 เดือน และก็ยังมีอาหารของชาวบาบ๋าภูเก็ต เป็นอาหารท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวภูเก็ต อาทิ น้ำชุบหยำภูเก็ต หมี่สั่ว เม็ดกาหยี
เรียกได้ว่าอาหารพื้นเมืองภูเก็ตนั้นมีความหลากหลาย และมีเอกลักษณ์เฉพาะที่คนภูเก็ตยังได้ทำการอนุรักษ์รักษาไว้เป็นอย่างดี เพื่อไม่ให้เมนูอาหารเหล่านี้หายไปจากวิถีชีวิต ซึ่งเรื่องการอนุรักษ์อาหารพื้นเมืองภูเก็ตนี้ อุทิศ ได้ให้ความคิดเห็นไว้ว่า
“หากมองเป็น 2 ประเด็น ถ้าหากเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ก็จะมีการตั้งชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารพื้นเมืองจังหวัดภูเก็ต ซึ่งสนับสนุนโดยเทศบาลนครภูเก็ต เวลามีกิจกรรมอะไรต่างๆ ในเขตเทศบาลเมือง ก็จะให้ทางชมรมเป็นหน่วยงานที่จัดงานอาหารพื้นเมืองภูเก็ตมาจำหน่ายให้กับ นักท่องเที่ยวและผู้เข้าชมงานได้ชิมกัน”
น้ำพริกกุ้งเสียบ
“แล้วอีกประเด็นหนึ่งในเรื่องของธุรกิจ ก็จะมองว่าร้านอาหารต่างๆ นี้ ในเมื่อนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่แล้วก็คือ จำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวเป็นหลัก อาหารพื้นเมืองก็จะเป็นเมนูที่จะถูกนำขึ้นมาเสนอให้กับนักท่องเที่ยวได้ชิม กัน ก็คือนอกเหนือจากอาหารทะเลแล้ว ก็ยังเป็นอาหารพื้นเมืองให้เลือก ซึ่งตรงนี้ผมมองว่าร้านอาหารในตัวเมืองถ้ามีอาหารพื้นเมืองอยู่ด้วยก็จะทำ ให้ธุรกิจของเขานั้นไปได้ดี แล้วก็เช่นเดียวกันถ้าร้านอาหารบริเวณชายทะเล เขาไม่ได้มีเมนูซีฟู้ดอย่างเดียว แต่เขาก็จะมีเมนูอาหารพื้นเมืองที่มีส่วนผสมของซีฟู้ดสอดแทรกเข้าไปด้วย อย่างเช่น มี ห่อหมก เบือทอด น้ำพริกขยำ น้ำพริกกุ้งเสียบ ปลาเจี๋ยน” อุทิศ อธิบาย
เรียกได้ว่าหากใครคิดที่อยากจะมาเที่ยวภูเก็ต ก็ไม่ควรพลาดการหาโอกาสไปลิ้มรส “อาหารพื้นเมืองภูเก็ต”อัน หลากหลายและเลิศรส ซึ่งนอกจากจะได้ความอิ่มอร่อยแล้ว ยังได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนภูเก็ตผ่านอาหารการกินที่มีอัต ลักษณ์อีกด้วย