แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระหน้ารู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระหน้ารู้ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เหตุผลที่ผู้หญิงไม่ควร ดื่มเหล้า เบียร์ ยาดอง!




เหตุผลที่ผู้หญิงไม่ควร ดื่มเหล้า เบียร์ ยาดอง!

ผู้หญิงดื่มเหล้าทำให้ผิวเสีย มีริ้วรอยก่อนวัย เพราการดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ปัสสาวะบ่อยจึงส่งผลให้ผิวแห้ง ร่างกายสูญเสียน้ำ ซึ่งทำให้ผิวมีริ้วรอย หน้าเหี่ยว แก่ไว นอกจากนี้แอลกอฮอล์ยังทำให้ร่างกายขาดวิตามินบี ซึ่งการขาดวิตามินบีจะทำให้ผิวหนังแห้งเหี่ยว เป็นสิว ผิวแห้งแตกลายอีกด้วย >> http://women.mthai.com/health/153831.html

วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สโหลก ของ ปราชน์จีน




(love) ๑ "ซุนวู"
" ชมคนด้วยวาจา... มีค่ายิ่งกว่ามอบไข่มุกให้เป็นของขวัญ
ทำร้ายคนด้วยวาจา... สาหัสยิ่งกว่าทิ่มแทงด้วยหอกดาบ.."


(love) ๒ "ฮั่วหลัวเกิง"
" คนอื่นช่วยเรา... เราจะจำไว้ชั่วชีวิต
เราช่วยคนอื่น... จงอย่าจำใส่ใจ "

(love) ๓ "หวังติ้งเป่า"
" มีชีวิตอย่างไร้คุณธรรม... มิสู้ตายอย่างมีคุณธรรม
ได้มาด้วยความคดโกง... มิสู้ยอมเสียอย่างซื่อตรง..."

(love) ๔ "ปันกู้"
" น้ำใสสะอาดเกินไป... ย่อมไร้ซึ่งมัจฉา
คนที่เข้มงวดเกินไป... ย่อมไร้ซึ่งบริวาร "

(love) ๕ "หลี่ต้าเจา"
" ความไม่พอใจ... ความกลัดกลุ้มหงุดหงิด ควรจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราฮึดสู้มากยิ่งขึ้น ไม่ควรเป็นสิ่งที่ทำให้เราท้อแท้... ห่อเหี่ยวยอมจำนนต่ออุปสรรค์..."

(love) ๖ "ปาจิน"
" ในชีวิตของเรา... มิตรภาพเปรียบเสมือนโคมส่องสว่างดวงหนึ่ง... ซึ่งสาดส่องจิตวิญญาณของเราให้สว่างไสว ทำให้ชีวิตของเรามีแสงสีอันงดงาม.."

(love) ๗ "หยางว่านหลี่"
" ตัวสกปรกก็คิดจะอาบน้ำ เท้าสกปรกก็คิดจะล้างเท้า แต่ใจสกปรก กลับไม่คิดที่จะชำระใจ..."

(love) ๘ "หูหลินอี้"
" สุขสบายเกินไป... เส้นสายก็พลอยหย่อนยาน จิตใจก็พลอยขลาดกลัว"

(love) ๙  "ซุนซือเหมี่ยว"
" พูดน้อย กลุ้มน้อย ตัณหาน้อย นอนน้อย... ถ้าสี่อย่างนี้น้อย ก็ใกล้จะเป็นเซียนแล้ว"

(love) ๑๐ "ลู่ซู"
" คนที่เชื่อมั่นในตนเองมากเกินไป... เป็นคนที่โดดเดี่ยวอ้างว้างที่สุด!"

(love) ๑๑  "ฟังเสี้ยวหยู"
" ไม่มีอะไรแย่เท่ากับความเย่อหยิ่งอวดดี... ผู้ที่คิดว่าตัวเองไม่ดีพอ คือ คนที่ดีพอ... ผู้ที่คิดว่าตัวเองดีแล้ว คือ ผู้ที่ดีไม่พอ...!"

(love) ๑๒  "จางจื้อซิน"
" ต้องกล้าที่จะมองความจริง... แม้ว่าความจริงอาจจะทำให้เราเจ็บปวดมากๆ"

(love) ๑๓ "ซุนยาง"
" ความอิจฉา... เป็นอุปสรรคต่อมิตรภาพ ความระแวงสงสัย... เป็นศัตรูตัวร้ายกาจของความรัก ความรัก... ถ้าปราศจากความซื่อสัตย์จริงใจต่อกันเสียแล้ว ก็ไม่อาจเชื่อถือซึ่งกันและกันได้"

(love) ๑๔ "เจิงก่วงเสียนเหวิน"
" ยามมีควรคิดถึงความจน... ยามจนไม่ควรคิดถึงยามมี..!"

(love) ๑๕ "เผยสงจือ"
" อย่าทำความชั่ว เพราะคิดว่าผิดนิดเดียว... อย่าละเว้นการทำความดี... เพราะคิดว่าได้บุญกุศลแค่นิดเดียว..."

(love) ๑๖  "ซูลิน"
" รู้เหตุผลไม่อับจน รู้กาละไม่ถูกด่า รู้ประหยัดไม่ขัดสน "

(love) ๑๗ "เจิงจิ้นเสียนเหวิน"
" ใช้จิตใจที่ชอบตำหนิผู้อื่น... มาตำหนิตัวเอง...
ใช้จิตใจที่ชอบให้อภัยตัวเอง...ให้อภัยผู้อื่น.."

(love) ๑๘ "ก่วนจ้ง"
" ขี้เกียจแล้วยังฟุ่มเฟือย... ย่อมยากจน
ขยันและประหยัด... ย่อมร่ำรวย.."

(love) ๑๙ "ขงเบ้ง"
"…สูงส่งแต่ไม่เย่อหยิ่ง ชนะแต่ไม่ลำพอง ปราดเปรื่องแต่รู้จักลงเวที เข้มแข็งแต่มีความอดกลั้น.."

(love) ๒๐ "หลี่ปุ๊เหว่ย"
"...ก่อนที่จะเอาชนะคนอื่น... จักต้องเอาชนะตัวเองให้ได้เสียก่อน 
ก่อนที่จะว่าคนอื่น... ควรพิจารณาดูตัวเองเสียก่อน
ก่อนหน้าที่จะรู้จักคนอื่น... ควรจะรู้จักตัวเองเสียก่อน.."

(love) ๒๑ "เล่าจื้อ"
" ผู้ที่รู้จักคนอื่นเป็นคนฉลาด... ผู้ที่รู้จักตัวเองเป็นคนมีสติ.."

(love) ๒๒ "เหลียงฉี่เชา"
" การตกระกำลำบากเป็นมหาวิทยาลัยชั้นสูงในการฝึกฝนยอดคน..!!"

(love) ๒๓ "ขงจื้อ"
" สิ่งที่ตัวเราไม่ชอบ... จงอย่าทำกับคนอื่น.."

(love) ๒๔ "ซือหม่าเชียน"
" คนที่ทำได้อาจพูดไม่ได้... คนที่พูดได้อาจทำไม่ได้.!!"
          
(love) ๒๕ "ซือหม่าเชียน"
" คนเราหนีไม่พ้นความตาย... แต่ความหมายการตายนั้น ไม่เหมือนกัน... บ้างมีค่าหนักกว่าขุนเขา... บ้างไร้ค่าเบากว่าขนนก...!"

สว่างตา... ด้วยแสงไฟ
สว่างใจ... ด้วยแสงธรรม

วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556

"กินเจ..กินเนื้อ เปรียบเหมือน กบ กับ คางคก"







"กินเจ..กินเนื้อ เปรียบเหมือน กบ กับ คางคก" 

         วันหนึ่งมีคนมาถามหลวงพ่อชา เกี่ยวกับเรื่องการกินเจ กับการกินอาหารเนื้ออาหารปลา ต่างกันอย่างไร อย่างไหนถูก อย่างไหนผิด ท่านตอบว่า "เหมือนกบกับคางคกนั่นแหละ โยมว่า กบ กับ คางคก อย่างไหนมันดีกว่ากันความจริงแล้ว พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ฉันอะไร ไม่ได้เป็นอะไร ในจิตของท่านไม่มีอะไรเป็นอะไรอีกแล้ว การบริโภคอาหารเป็นสักแต่ว่า เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงร่างกายพอให้คงอยู่ได้ ท่านไม่ให้ติดในรสชาติของอาหาร ไม่ให้ติดอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่าง ให้รู้จักประมาณในการบริโภค ไม่ให้บริโภคด้วยตัณหา นี่เรียกว่า พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ฉันอะไร ไม่มีอะไร ไม่เป็นอะไรแล้ว ถ้าคนกินเนื้อไปติดอยู่ในรสชาติของเนื้อ นั่นเป็นตัณหา ถ้าคนไม่กินเนื้อ พอเห็นคนอื่นกินเนื้อก็รังเกียจและโกรธเขา ไปด่าว่านินทาเขา เอาความชั่วของเขาไปไว้ในใจตัวเอง นั่นก็เป็นคนโง่กว่าเขา ทำไปตามอำนาจของตัณหา เหมือนกัน การที่เราไปโกรธเกลียดเขานั้น มันก็คือผีที่สิงอยู่ในใจเรา เขากินเนื้อเป็นบาปเราโกรธเขา เราก็เป็นผีเป็นบาปอีกเหมือนกัน มันยังเป็นสัตว์อยู่ทั้งสองฝ่ายยังไม่เป็นธรรมะ อาตมาจึงว่าเหมือนกบกับคางคก แต่ทางที่ถูกนั้น ใครจะกินอะไรก็กินไป แต่ให้มีธรรมะ คนกินเนื้อ ก็อย่าเห็นแก่ปากปากท้อง อย่าเห็นแก่ความเอร็ดอร่อยจนเกินไป อย่าถึงกับฆ่าเขากิน ส่วนคนกินเจก็ให้เชื่อมั่นในข้อวัตรของตัวเอง เห็นคนอื่นกินเนื้ออย่าไปโกรธเขา รักษาตัวเราไว้ อย่าให้คิดอยู่ในการกระทำภายนอกพระเณรในวัดนี้ของอาตมาก็เหมือนกัน องค์ไหนจะถือข้อวัตรฉันเจก็ถือไป องค์ไหนจะฉันธรรมดาตามมีตามได้ก็ถือไป แต่อย่าทะเลาะกัน อย่ามองกันในแง่ร้าย อาตมาสอนอย่างนี้ ท่านก็อยู่ไปด้วยกันได้ ไม่เห็นมีอะไร ให้เข้าใจว่า ธรรมะที่แท้นั้น เราจะเข้าถึงได้ด้วยปัญญา ทางปฏิบัติที่ถูกก็คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ถ้าเราสำรวมอินทรีย์ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจไว้ดีแล้ว จิตก็จะสงบ และปัญญาความรู้เท่าทันสภาพของสังขารทั้งหลาย ก็จะเกิดขึ้น จิตใจก็เบื่อหน่ายจากสิ่งที่น่ารักน่าใคร่ทั้งหลาย วิมุตติก็เกิดขึ้นเท่านั้น" พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) จากหนังสือ "ใต้ร่มโพธิญาณ" — กับ Chaisa Mee

การสวมมนต์








ใจท่องแต่ไม่ได้ออกปาก  มีอานิสงส์กว่า  ปากท่องไม่ได้ออกจากใจ

ใจต้องอยู่กับบทสวด  ไม่ใช่ปากท่องขึ้นใจ  แต่ใจไปคิดเรื่องต่างๆ

ตั้งสติพิจารณาอักษร หรือคำ หรือความหมาย

หรือตั้งสติรู้ที่ ลมหายใจ หรือ ปากที่กำลังสวด

สวดมนต์ควรจะรู้คำแปล เพื่อจะได้ปัญญา

แม้ยังแปลไม่ออก ใจควรเลื่อมใส ศรัทธา

นำน้อมจิตใจ สวดบูชา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

สวดรู้คำแปลได้ปัญญา

สวดไม่รู้คำแปลได้ศรัทธา

อานิสงส์จากการสวดมีจริง




คนจีน เชื่อว่า
ภูเขามีความสูง
น้ำมีความลึก
ไม่ต้องไปเทียบ เหมือนคน
แต่ละคนก็มีข้อดีของตัวเอง

ลมมีอิสระของลม
 เมฆมีความอ่อนโยนของเมฆ
ไม่จำเป็นต้องเลียนแบบกัน
คนก็มีบุคคลิกของตัวเอง
สิ่งที่เห็นว่าสนุกก็ไปตามหา
สิ่งที่เห็นว่าคุ้มค่าก็ไปเฝ้ารอ
สิ่งที่เห็นว่าเป็นความสุขก็ควรหวงแหนไว้
ปฏิบัติตามจิตได้
ก็ไม่เสียใจในชาตินี้.... 

ชีวิตคนมี 1 ทางเดินของตัวเอง
แต่มีของมีค่าอยู่ 2 อย่าง
สุขภาพกาย สุขภาพจิต

 ชีวิตคนมี 4 ทุกข์
มองไม่ทะลุ
สละไม่ลง
แพ้ไม่เป็น
ปล่อยวางไม่ได้ 

คนมีทรัพย์สมบัติอยู่ 6 สิ่ง
ร่างกาย.
ความรู้.
ความฝัน.
ทัศนคติ.
ความเชื่อมั่น.
จงมุ่งมั่นทำฝันให้เป็นจริง

อันนี้ดีมาก 10 เรื่องเตือนภัยหญิงสาว




อันนี้ดีมาก 10 เรื่องเตือนภัยหญิงสาว 
     ตำรวจชาวออสเตรเลียได้เขียนสิ่งนี้ขึ้นเพื่อผู้หญิงทุกคน นั่นเป็นเพราะว่าการลักพาตัวครั้งล่าสุดเกิดขึ้นกลางวันแสกๆ ตั้งสติให้ดีก่อนจะทำการอะไรหากคุณกำลังอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ข้อความนี้สำหรับตัวของคุณเองและเพื่อให้คุณได้แบ่งปันให้กับภรรยา ลูก หรือทุกๆ คนที่คุณรู้จัก หลังจากที่คุณได้อ่านคำแนะนำที่สำคัญเหล่านี้ .. คุณอาจต้องการที่จะเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้รับรู้ โปรดส่งต่อให้กับคนที่คุณรักและเป็นห่วง การระมัดระวังล่วงหน้าไม่ต้องแลกกับความสูญเสีย เพราะฉะนั้นปลอดภัยไว้ดีที่สุด
      1. เคล็ดลับจากวิชาเทควันโด้ ข้อศอกเป็นส่วนที่แข็งแกร่งที่สุดในร่างกายของมนุษย์ หากคุณอยู่ใกล้คนร้ายในระยะที่จะใช้มันได้....จงใช้มันซะ! 
      2. เคล็ดลับจากสมุดแนะนำนักท่องเที่ยว ถ้าคนร้ายต้องการกระเป๋าเงินหรือของมีค่าของคุณ อย่ายื่นให้กับเขา จงโยนกระเป๋าเงินของคุณไปให้ไกลจากตัวเอง.. โอกาสที่คนร้ายจะสนใจกระเป๋าเงินของคุณนั้นมีมากกว่าที่จะสนใจคุณ และนั่นจะทำให้เขาต้องไปหยิบกระเป๋าเงินที่อยู่ห่างจากตัวคุณ ตอนนี้แหละ จงวิ่งไปอีกทิศทางหนึ่งให้เร็วที่สุด >< 
      3. ถ้าคุณเกิดถูกลากหรือโยนเข้าไปในท้ายรถของคนร้าย สิ่งที่คุณควรทำคือให้ถีบไฟท้ายจนหลุดออกมา ยื่นแขนของคุณออกมาจากช่อง แล้วเริ่มโบกมืออย่างบ้าคลั่ง คนขับไม่เห็นสิ่งที่คุณทำ แต่คนอื่นจะเห็น วิธีนี้ได้ช่วยหลายต่อหลายชีวิตมาแล้ว..  
     4. คุณผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะนั่งอยู่บนรถเฉยๆ หลังจากช้อปปิ้ง เที่ยว กิน หรือ ทำงานเพื่อจะแต่งหน้า เปิดผ่านหนังสือ เช็คโทรศัพท์ ฯลฯ ห้ามทำเป็นอันขาด! คนร้ายจะคอยเฝ้าดูพฤติกรรมของคุณ และสิ่งที่คุณทำเป็น การเปิดโอกาสอันเหมาะสมเพื่อให้เขาเข้ามาทางที่นั่งข้างคนขับ และเอาปืนจ่อหัวคุณเพื่อจะให้คุณขับไปตามทางที่เขาต้องการ เพราะฉะนั้น....ทันทีที่คุณขึ้นรถ จงล็อคประตู และรีบออกรถซะ........      แต่ถ้าเกิด.... คนร้ายอยู่บนรถกับคุณ และเอาปืนจ่อขมับคุณไว้ อย่าขับรถออกไปตามที่เขาบอก ย้ำ: อย่าขับรถออกไปตามที่เขาบอก สิ่งที่คุณควรทำคือ เหยียบคันเร่งให้เร็วที่สุด ขับพุ่งใส่กำแพงหรือสิ่งกีดขวางในละแวกนั้น ถุงลมนิรภัยฝั่งคุณจะช่วยชีวิตคุณไว้ (เช่นเดียวกับฝั่งคนร้ายหากคนร้ายนั่งเบาะหน้า) (หากคนร้ายนั่งอยู่เบาะหลัง เขาจะได้รับบาดเจ็บสาหัส) แต่ทันใดที่รถของคุณชน ให้รีบถอนตัวออกมา(จากถุงลมนิรภัย) แล้ววิ่งออกจากรถสุดแรงเกิด วิธีนี้จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นตรงที่คุณสามารถวิ่ง เข้าหากลุ่มคนเพื่อขอความช่วยเหลือได้ หากคุณออกรถไปที่ไกลๆ ตามเส้นทาง/สถานที่ที่คนร้ายบอก จะทำให้คนร้ายตามตัวคุณได้ง่าย เพราะคุณไม่รู้จักสถานที่นั้นดีเท่าเขา 
      5. ข้อแนะนำสำหรับการเดินไปที่รถของคุณ ในลาน/โรงจอดรถ 
         ก.) จงระวัง: มองไปรอบๆ ตัวของคุณ มองเข้าไปในรถของคุณ มองลอดไปบนพื้นฝั่งที่นั่งข้างคนขับ และเบาะหลัง 
         ข.) ถ้ารถของคุณมีรถตู้จอดอยู่ข้างๆ ให้ขึ้นรถทางฝั่งผู้โดยสารข้างคนขับ คนร้ายจะจู่โจมเหยื่อของมันโดยการฉุด ขึ้นรถตู้ในขณะที่เหยื่อกำลังจะเปิดประตูขึ้นรถ เพราะฉะนั้นรถตู้น่าสงสัยเหล่านี้จึงมักที่จะจอดอยู่ฝั่งคนขับ 
         ค.) ให้มองไปที่รถที่จอดอยู่ข้างๆ คุณทั้งสองข้างของรถ ถ้าเจอผู้ชายนั่งอยู่คนเดียวในฝั่งที่อยู่ใกล้รถของคุณมากที่สุด สิ่งที่คุณควรทำคือเดินกลับเข้าไปในห้าง หรือออฟฟิตเพื่อขอให้ยาม รปภ. หรือตำรวจเดินมากับคุณ เพื่อส่งคุณขึ้นรถ ไม่ต้องไปคิดมากกว่าคนอื่นหรือตำรวจจะมองคุณโรคจิตหรือเปล่า เพราะการระมัดระวังเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในสถานการณ์อันน่าสงสัยนั้น จงตระหนักอยู่เสมอว่า ปลอดภัยไว้ก่อน... 
      6. จง ใช้ลิฟต์ตลอดแทนที่จะใช้บันใด เพราะบันใดเป็นสถานที่ที่แย่ที่สุดที่ผู้หญิงจะอยู่คนเดียว มันเป็นที่ๆ เพอร์เฟคสำหรับคนร้าย และน่ากลัวเป็นอย่างยิ่งในยามวิกาล 
      7. ถ้าคนร้ายมีปืน... แต่คุณไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา จงวิ่ง!! เพราะโอกาสที่คนร้ายจะยิงถูกคุณมีเพียง 4 ครั้งใน 100 ครั้งเท่านั้น (เป้าวิ่ง) (จขกท.จริงหรอฟะ) และเป็นไปได้สูง ว่าจะไม่โดนอวัยวะสำคัญ วิ่งงงงงงง!! โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...การวิ่งซิกแซก
      8. จุดอ่อนของผู้หญิงส่วนใหญ่คือ ขี้สงสาร ขี้เห็นใจ จงหยุดซะ เท็ด บันดี้ เป็นฆาตรกรหน้าตาดี และการศึกษาสูง เขาใช้จุดอ่อนข้อนี้ของผู้หญิงเพื่อลวงมาฆ่าเสมอ เพราะฉะนั้นจงมีเหตุมีผล ดูสถานการณ์ด้วยความระมัดระวัง จงช่างสังเกต หากพบข้อสงสัยแม้เพียงข้อเดียว ก็ควรจะลีกเลี่ยงบุคคลนั้นๆ ให้เร็วที่สุด 
      9. เรื่องที่ควรตระหนักอีกข้อ: เพิ่งจะมีคนมาเล่าให้ฉันฟังว่า เพื่อนสาวของได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กตอนกลางคืน และเธอก็คาดว่าเสียงนั่นดังมาจากระเบียงบ้านของเธอ เธอเลือกที่จะโทรแจ้งตำรวจแทนที่จะออกไปดูด้วยตัวเอง นั่นเป็นเพราะว่าเธอมีลางสังหรณ์ว่านั่นอาจจะเป็นกลลวง และตำรวจก็สั่งกับเธอว่า "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามเปิดประตูเด็ดขาด" เธอจึงเล่าให้ตำรวจฟังอีกว่าเสียงนั่นฟังดูเหมือนว่าเด็กนี่ได้คลานมาใกล้หน้าต่างของและเธอก็เป็นกังวลว่าถ้าหากเด็กคนนี้คลานออกไปถึงถนนก็จะถูกรถชน ตำรวจจึงสั่งเธอว่า "ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างทางไปบ้านเธอแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ห้ามเปิดประตูเด็ดขาดไม่ว่าจะได้ยินเสียงอะไรหรือเกิดอะไรขึ้น ตำรวจย้ำถึงสามรอบ" ตำรวจเล่าให้เธอฟังต่อว่าพวกเขาคิดว่าน่าจะเป็นฆาตรกรที่ใช้วิธีเปิดเทปเสียงเด็กร้องไห้เพื่อจะหลอกหล่อให้ผู้หญิงออกจากบ้านมาดู โดยที่ฆาตรกรหวังใช้จุดอ่อนของผู้หญิงคือ ความขี้เห็นใจ ขี้สงสาร นั่นเอง แต่ทางตำรวจก็ยังจับตัวฆาตรกรกลุ่มนี้ไม่ได้ ก่อนหน้านี้ก็มีการโทรมาแจ้งและได้เล่าเรื่องเดียวกัน คือได้ยินเสียงเด็กมาจากนอกบ้าน หน้าต่าง หน้าประตู เวลากลางคืน และทุกสายที่โทรมาแจ้งล้วนแต่เป็นผู้หญิงที่อยู่บ้านคนเดียวทั้งสิ้น 
      10. ถ้าคุณตื่นขึ้นมากลางดึกและได้ยินเสียงเหมือนว่าก๊อกน้ำถูกเปิดอยู่หรือท่อน้ำของคุณแตกนอกบ้านห้ามออกไปเดินสำรวจเด็ดขาด! เพราะมีคนกลุ่มนึงจะเข้าไปเปิดก๊อกน้ำบ้านคุณให้สุดเพื่อให้คุณได้ยินและออกมานอกบ้าน นั่นคือเวลาที่พวกเขาจะโจมตีคุณ จงมีสติอยู่ตลอดเวลา, อยู่อย่างระมัดระวัง, ตรวจสอบความปลอดภัย, และอย่าลืมดูแลกันเองระหว่างคุณกับเพื่อนบ้านด้วย! อยากให้เพื่อนๆส่งมันให้กับคนอื่นๆ ด้วย เพราะมันอาจช่วยชีวิตคนได้อย่างแน่นอน.

วันเสาร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2556

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการดื่มน้ำ

 เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการดื่มน้ำ




ประมาณ90%ของการเกิดหัวใจล้มเหลวเกิดขึ้นในช่วงเช้า และสามารถลดลงได้ถ้าดื่มน้ำ1-2แก้ว

คุณรู้ไหมว่า 
ดื่มน้ำให้ถูกเวลาสามารถทำให้ร่างกายมีประสิทธิภาพ

ดื่มน้ำ1แก้วหลังตื่นนอนช่วยทำให้อวัยวะต่างๆเริ่มทำงาน

ดื่มน้ำ1แก้วก่อนมื้ออาหารช่วยย่อย

ดื่มน้ำ1แก้วก่อนอาบน้ำช่วยลดความดันโลหิต

ดื่มน้ำ1แก้วก่อนนอนป้องกันหลอดเลือดสมองตีบตันและหัวใจล้มเหลว

ส่งให้กับคนที่คุณเป็นห่วง

และลงมือทำเลย

วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556

ศิลปะแห่งการให้อภัย นั้นดีอย่างไร เรามาดูกัน ซึ่งมีบุคคลได้กล่าวไว้เช่นไร



ศิลปะแห่งการให้อภัย( The Art of Forgiveness)

การให้อภัยเริ่มต้นเมื่อท่านให้อภัยผู้อื่น

การให้อภัยสร้างความมหัศจรรย์ของความเปลี่ยนแปลง. เมื่อ ลินคอล์น ถูกถามว่า. เหตุใดเขาถึงไม่ทำลายศัตรู. เขาตอบว่า. ."หากเราคิดว่าศัตรูก็เป็นเพื่อนเรา. เราจะทำลายเขาไหม? "   เมื่อท่านให้อภัย. ท่่านได้เปลี่ยนแปลงผู้อื่น. อ. และ ท่านก็ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองด้วย. ท่านได้เปลี่ยนแปลงความบาดหมางสู่ความกลมเกลียว 

การให้อภัยให้ผลสองทาง. ท่านต้องให้อภัยเพื่อท่านจะได้รับ.   เอ็ดเวิร์ด. เฮอร์เบิร์ท. กล่าวว่า. "ผู้ที่ไม่สามารถให้อภัยผู้อื่นได้.  ได้ทำลายสะพานที่ตัวเขาเองต้องเดินผ่าน. ทุกผู้คนล้วนแต่ต้องการ. การได้รับการอภัย " 

การให้อภัยควรเป็นนิสัย. เมื่อผู้รู้ถูกถามว่า เราควรจะให้อภัยบ่อยแค่ไหน. ท่านตอบว่า "ไม่มีที่สุด " ผู้ที่ให้อภัยอย่างไม่มีที่สุด ย่อมปราศจากความเกลียดชัง 

การให้อภัย ควรเริ่มเดี๋ยวนี้  การเลื่อนการให้อภัยจะทำให้แผลลึกขึ้น. การจมจ่อมอยู่กับความขมขื่น. ย่อมเลื่อนความรู้สึกให้ไกลออกไป. ชีวิตคนเราสั้น. เวลาโบยบิน. วันนี้เป็นวันแห่งการให้อภัย. -^^-

ข้อความดีๆ. จากแห่งความงดงามของชีวิต   
วิลเฟรด ปีเตอร์สัน/เขียน. โสรีช์. โพธิ์แก้ว/แปล

วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

52 ร้านที่ต้องกินก่อนตาย กินทุกวันอาทิตย์ ครบปีพอดี





52 ร้านที่ต้องกินก่อนตาย กินทุกวันอาทิตย์ ครบปีพอดี

1. โจ๊กสามย่าน 
2. ข้าวราดแกงวัดเล่งเน่ยยี่ : ในซอยมังกร ข้างวัดเล่งเน่ยยี่ถนนเจริญกรุง
3. โจ๊กหม้อดิน ซอยมหาดไทย
4. ข้าวขาหมูสีลม อยู่ในซอยตรงข้างโรงพยาบางเลิดสิน คนแถวนั้นรู้จักในนามขาหมูโกโก้
5. ข้าวมันไก่ตอน ประตูน้ำ
6. ข้าวหมูแดงสีมรกต ตรอกโรงหมูตรงข้ามวัดไตรมิตร
7. ข้าวขาหมู เหม่งจ๋าย
8. ข้าวผัดปู ห้าแยก ณ ระนอง
9. ร้านเต้าหู้ทอด เผือกทอด น้ำจิ้มรสเด็ด จตุจักร โครงการ 2 ซอย 2
10. ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นน้ำใสศรีย่าน
11. ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาเด้งได้ ท่าน้ำราชวงศ์
12. หมี่กรอบจีนหลี สมัย ร.5 ท่าน้ำตลาดพลู
13. ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย สมทรงโภชนา ซอยวัดสังเวช ถนนท่าพระอาทิตย์
14. ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาโบราณ จันทบุรี วัดตรีทศเทพ 
15. ก๋วยเตี๋ยวไหหลำ สะพานขาว ถนนลูกหลวง ใกล้โรงหนังแอมบาสเดอร์เก่า
16. เย็นตาโฟวัดแขก ถนนสีลม
17. ไก่ย่างแม่วันเพ็ญ ซอยอาภาภิรมย์
18. กระเพาะปลาน้ำแดง ตลาดสวนหลวง ใกล้สนามกีฬาแห่งชาติ
19. ร้านครัวอรรถรส ซอยเสือใหญ่อุทิศ
20. ส้มตำจตุจักร ฝั่งตรงข้ามตลาด อ.ต.ก.
21. ปลาหมึกย่างสยามสแควร์ สยามสแควร์ซอย 4
22. ไก่ทอด 7 กระทะ จากแยกรัชดา-สุทธิสาร มุ่งหน้าสู่แยกที่จะลัดออกสู่ลาดพร้าวอยู่ทางซ้ายมือ
23. ไก่ทอดเจ๊กี ซอยโปโล ตรงข้ามสวนลุมพินี
24. เป็ดย่างพูลสิน เลยวัดตรีทศเทพมาเล็กน้อย
25. ห่านพะโล้ฉั่วคิมเฮง ตรงมาจากถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ข้ามแยกคลองตันมาถนนพัฒนาการ จะเห็นร้านใหญ่ซ้ายมือ
ร้านดั้งเดิมปัจจุบันยังอยู่ท่าดินแดง ชื่อฉั่วกิมฮวด เก่าแก่จนได้รับฉายาว่าเป็นห่านสามชั่วคน
26. ไก่ย่างจิรพันธ์ ถนนรามคำแหง
27. เนื้อย่างเกาหลี สูตรบึงพลาญชัย หมู่บ้าน ต.รวมโชค ซอยโชคชัย 4
28. สะอาด ถนนอิสรภาพ ใกล้สี่แยกบ้านแขก
29. ห่านพะโล้สะพานเหลือง ริมถนนพระราม 4
30. ร้านกาแฟโบราณเอี๊ยะแซ ถนนเยาวราช-พาดสาย
31. ขนมเบื้องวังเดิม ดิโอลด์สยามพลาซ่า
32. ไอศกรีมทิพรส สี่แยกเตาปูน
33. ร้านขนมไทยหวานดำรงค์ สี่แยกศรีวรา
34. ถั่วแปบ ซอยละลายทรัพย์ 
35. ปอเปี๊ยะ/ มะตะบะ ท่าพระจันทร์
36. โรตีกรอบ หน้าเพาะช่าง
37. เซ็งซิมอี๊ ตลาดสวนหลวง
38. ลอดช่องสิงคโปร์ วงเวียน 22
39. ไอศกรีมไข่แข็ง ตลาดสวนหลวง
40. ซ่าหริ่มชูถิ่น 
41. มนต์ นมสด ตรงข้าม กทม.
42. ราดหน้า 4 สี ร้านชิ้งกี่ อยู่ใกล้สวนรมณีย์นาถ
43. ผัดไทยสำราญราษฎร์ ตั้งอยู่ตรงข้ามประตูผีวัดสระเกศ
44. เย็นตาโฟประตูผี เลยร้านผัดไทย
45. ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ซอยตรงข้ามโรงพยาบาลกลาง
46. ก๋วยเตี๋ยวคั่วทะเล ซอยข้างตลาดวรจักร
47. ข้าวมันไก่เจ๊ยี ตรงข้ามวัดสระเกศ
48. ข้าวต้มปลา 5 แยก พลับพลาไชย
49. ก๋วยเตี๋ยวหลอด ซอยข้างสถานีตำรวจพลับพลาไชย
50. ก๋วยจั๊บเผ็ด ซอยโรงเลี้ยงเด็ก
51. ก๋วยเตี๋ยวหลอดเยาวราช ถนนเยาวราชฝั่งขวา ก่อนแยกเข้าถนนผดุงด้าว
52. เกาเหลา เนื้อตุ๋น เจ้ผอม ตลาดปีระกา อยู่ที่เวิ้งนครเกษม

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการดื่มน้ำ





เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการดื่มน้ำ
ประมาณ90%ของการเกิดหัวใจล้มเหลวเกิดขึ้นในช่วงเช้า และสามารถลดลงได้ถ้าดื่มน้ำ1-2แก้ว

คุณรู้ไหมว่า 
ดื่มน้ำให้ถูกเวลาสามารถทำให้ร่างกายมีประสิทธิภาพ

ดื่มน้ำ1แก้วหลังตื่นนอนช่วยทำให้อวัยวะต่างๆเริ่มทำงาน

ดื่มน้ำ1แก้วก่อนมื้ออาหารช่วยย่อย

ดื่มน้ำ1แก้วก่อนอาบน้ำช่วยลดความดันโลหิต

ดื่มน้ำ1แก้วก่อนนอนป้องกันหลอดเลือดสมองตีบตันและหัวใจล้มเหลว

ด้วยความรักและห่วงใย. จี๊ด

วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556

ข้อคิดดีดี




ข้อคิดดีดี 

ขอเพียงรักษาความเชื่อที่ว่า 
เราทุกคนล้วน “เกิดมาเพื่อสำเร็จ” 

“คนที่ประสบความสำเร็จนั้น...เชื่อก่อน แล้วจึงเห็น  
  คนที่ไม่ประสบความสำเร็จ...ขอเห็นก่อนแล้วจึงจะเชื่อ !!”


ความสำเร็จไม่เคยพัดมาตามลม
ควาทสำเร็จเลือกคนที่ถามหา
ความสำเร็จถึงโทรสั่งก็ไม่มา
ความสำเร็จต้องตามหาด้วยตนเอง

ศรัทธาเจ้า อยู่ 3 องค์



 จริง ๆ นะ
สมัยนี้ศรัทธาเจ้า อยู่ 3 องค์
1.เทพกูเกิ้ล :: ถามอะไรตอบได้
2.เทพเฟสบุ๊ค :: หยั่งรู้ฟ้าดิน เพื่อนฝูงไม่ได้เจอหน้าเจอตากันเป็นสิบยี่สิบปี ยังบอกได้ว่าอยู่ไหน
3.เทพยูทูป :: หูทิพย์ ตาทิพย์

เซ่นไหว้ด้วย ค่าเน็ตรายเดือน ยิ่งได้ package แรง ๆ เทพยิ่งขลัง ประทับเร็ว

และยังมี "เทพไลน์" อีกองค์นึงคือ เทพไลน์ : โลกรู้ เพื่อนรู้ เรารู้

5 เหตุผลที่ทำไมผู้ชาย ถึงไม่ไว้ใจสาวประเภทสอง?

 
บรรยากาศ วอล์คกิ้งสตรีท พัทยา แหล่งของสาวประเภทสอง 


สาวๆ หลายคน คงมีความฝันว่าสักวันจะเจอรักแท้ ใช่หรือไม่? บางคนอาจจะอยากเจอรักแท้กับหนุ่มชาวไทย บางคนอาจจะวาดฝันไว้ว่าจะต้องมีสามีเป็นชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นฝรั่งตาน้ำข้าว หนุ่มนักธุรกิจชาวญี่ปุ่น หรือหนุ่มฮอตผิวเข้มจากบราซิล แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามสาวประเภทสองก็ยังมีอุปสรรคมากมายกว่าที่จะได้เจอรักแท้ ซึ่งอุปสรรคใหญ่ๆ ที่ทุกคนต้องเจอก็คือเรื่องของความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ผู้ชายหลายคนไม่ว่าเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติหากถามถึงรักแท้แล้ว พวกเขาย่อมต้องการ การไว้เนื้อเชื่อใจกันกับคนรักของพวกเขา แต่บางคนก็อาจจะมีความรู้สึกในใจที่ไม่กล้าจะคบสาวประเภทสองเป็นคนรัก แต่อะไรคือสาเหตุที่ผู้ชายไม่ไว้ใจสาวประเภทสองกันละ?

ภาพลักษณ์ของสาวประเภทสองที่ไม่ดีบนสื่อต่างๆ เชื่อไหมว่าผู้ชายดูทีวีมากพอๆ กับผู้หญิง และสื่อก็เป็นช่องทางหนึ่งที่มีอิทธิพลกับคนดูมาก และสื่อโทรทัศน์ส่วนใหญ่ในต่างประเทศ มักจะเสนอภาพของสาวประเภทสองในแง่ลบอยู่เสมอๆ เช่น สื่อมักจะเสนอสาวประเภทสองในประเทศฟิลิปปินส์ในภาพลักษณ์ของแก๊งต้มตุ๋น หรือหลอกลวง และเสนอข่าวสาวประเภทสองในประเทศไทย เกี่ยวกับเรื่องการค้าประเวณี และอาชีพขายบริการในบาร์ต่างๆ และนั่นทำให้ผู้ที่รับฟังข่าวสารจากสื่อเหล่านี้ มีความเชื่อว่าสาวประเภทสองส่วนใหญ่ในประเทศดังกล่าว "เป็นเหมือนกับในทีวีทุกคน" นั่นทำให้ภาพลักษณ์ของกะเทยดูแย่มากในสายตาชาวต่างชาติ แต่ก็มีหนุ่มๆบางคนที่คิดต่างออกไป และอยากลองเล่นกับไฟ นี่จึงเป็นที่มาของสาเหตุที่สอง 
ข่าวแง่ลบในเรื่องของการหลอกลวงของสาวประเภทสองบนอินเตอร์เน็ต สาวประเภทสองหลายคนมักจะชอบหาแฟนชาวต่างชาติบนเว็บไซต์หาคู่ออนไลน์ต่างๆ หลายๆคนก็ใช้ช่องทางนี้ในการหลอกลวงชาวต่างชาติให้โอนเงินเข้าบัญชี โดยการหลอกล่อด้วยวิธีการต่างๆ ทำให้อีกฝ่ายหลงเชื่อและยอมโอนเงินให้ หลังจากได้รับเงินแล้วก็หนีหายไป ทำให้เสื่อมเสียภาพลักษณ์ของสาวประเภทสอง และทำให้ผู้ใช้บริการอื่นๆ ไม่กล้าที่จะคุยกับสาวประเภทสอง เพราะกลัวการถูกหลอก

สาวประเภทสองตลบแตลงเก่ง สาวประเภทสองทุกคนมีพรสวรรค์ติดตัวมาอย่างหนึ่งเหมือนกันหมดก็คือ การตลบแตลงเก่ง หรือความสามารถในการแสดงเก่ง หรือเรียกง่ายๆว่า "ตอ**หล" โดยที่พวกเราไม่ต้องเรียนรู้มาแต่อย่างใด หากแต่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด อาจจะเป็นเพราะพวกเราเกิดมาในเพศสภาพของผู้ชาย แต่ต้องการอยากจะเป็นผู้หญิง จึงพยายามแสดงออกทางร่างกายออกมาให้เป็นทางผู้หญิงมากที่สุด ทั้งกริยามารยาท การเดิน น้ำเสียง การแต่งหน้า ฯลฯ และแน่นอนนั่นก็รวมไปถึงการที่สาวประเภทสองมีความสามารถในการยั่วยวนและหลอกหล่อผู้ชาย ด้วยมารยาร้อยเล่มเกวียนต่างๆ สาวประเภทสองส่วนใหญ่จะดูเจ้าชู้ นี่ทำให้ผู้ชายหลายๆ คน ไม่กล้าที่จะคบสาวประเภทสองอย่างจริงจัง เพราะความสามารถในการตบตาของเธอที่เก่งเกินผู้หญิงทั่วไป ทำให้ความน่าไว้วางใจของสาวประเภทสองแทบจะเป็นศูนย์

สาวประเภทสองเจ้าชู้ นี่คือประเด็นหลัก สาวประเภทสองส่วนใหญ่ มักมีคารมคมคายกว่าผู้หญิงทั่วไป ซึ่งก็ไม่ต่างกับหนุ่มชาวเกย์ ที่ค่อนข้างจะเจ้าชู้ มีแฟนไม่เลือก และเปลี่ยนคู่นอนเป็นประจำ สาวประเภทสองกับเกย์ก็ไม่ต่างอะไรกันมากสักเท่าไหร่ เพราะก่อนที่สาวประเภทสองส่วนใหญ่จะเริ่มมาไว้ผมยาว แต่งตัวเหมือนผู้หญิง ก็ต้องเคยเป็นเกย์เด็กด้วยกันมาก่อนทั้งสิ้น และด้วยความเจ้าชู้ของสาวประเภทสองนี้เอง จึงเป็นสาเหตุหลักๆ ที่ผู้ชายไม่กล้าที่จะรักสาวประเภทสองอย่างหมดหัวใจ 
สาวประเภทสองส่วนใหญ่มักหวังทรัพย์สินของคนรักมากกว่าความรัก ในต่างประเทศผู้ชายจะถูกสอนให้มองหาคู่ชีวิตโดยเลือกคนที่เขารัก มากกว่าทรัพย์สินของเขา แต่กลับกันในประเทศไทย และในแถบเอเชีย เรากลับถูกสอนให้มองหาเงินก่อนความรักเสมอ และนี่ทำให้ชาวต่างชาติที่แอบรักสาวประเภทสอง ไม่กล้าที่จะรักเธออย่างเต็มใจ เพราะกลัวที่จะถูกปอกลอก โดยคนที่เขารัก และไม่ได้รับความรักจากเธอ หากแต่เป็นเงินของเขาที่เธอรักมากกว่า 

แต่ก็ใช่ว่าสาวประเภทสองจะไม่มีข้อดีในตัวเอง หากแต่นี่เป็นมุมมองของชาวต่างชาติที่อยากให้สาวประเภทสองได้รู้และเข้าใจว่าผู้ชายคิดอะไรอยู่ก็เท่านั้นค่ะ 



- See more at: http://one55.blogspot.com/2013/09/5.html#sthash.rsWAA2nt.dpuf

วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ดีนะที่คิดได้

อ่านนะ
เรื่องนี้เรื่องจริง........
เตือนๆกันไว้
มีเรื่องมาเล่าให้ฟังจากเพื่อนอีกที เธอและสามีผู้รอบคอบไม่โลภ
จึงไม่ตกเป็นเหยื่อ
มีอยู่วันหนึ่งเอาเงินไปเข้าแบงก์กรุงไทย อ่าวอุดม ขากลับลงมา
สามีเจอบัตร ATM ใส่ซอง และด้านหลังบัตร เขียนรหัส ATM ไว้ด้วย
ทีแรกสามีไม่รู้ก็เก็บมา แล้วก็ขึ้นมาบนรถ เราก็เอามาดูเห็นมีรหัส
ก็เลยบอกสามีว่า: ลองดูซิว่าเขามียอดเงินเท่าไร
สามีบอก: ถ้าเธอเอาไปกด ตำรวจมาแน่เพราะตู้ ATM
มีกล้องบันทึกไว้ว่าใครกด เวลาอะไร
สามีบอกเราว่า: ถ้าเราไม่คิดอยากได้เงินเขาเราจะไปกดดูทำไม
เราก็ เออ จริงซิ แล้วเราก็เอาบัตรนั้นมาตัดทิ้ง
แล้วก็เล่าเรื่องนี้ให้พี่ชายฟัง พี่ชายเราบอกว่า
มีเพียง 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ไม่ตกเป็นเหยื่อ
เพราะเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อนพี่ชายก็เกิดเหตุการณ์นี้ในทำนองเดียวกัน
ที่ ธ.กรุงเทพฯ สาขาศรีราชา
สังเกตุได้ว่ามักจะเป็นเฉพาะศุกร์แรกของทุกเดือน หลังจากแบงก์ปิดแล้ว
คล้ายกับแกล้งทำบัตร ATM ตกอะไรทำนองนี้
แล้วเพื่อนพี่ชายก็ไปกดตอนนั้นประมาณ 6 โมงเย็น
แค่นาทีเดียว ตำรวจก็เข้ามาจับ พร้อมกับมีเจ้าของบัตรไปยืนยันตัวด้วย
เรียกค่าเสียหาย กับเพื่อนพี่ชาย
ไป 3 หมื่น ถ้าไม่อยากติดคุก คืนวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์รวม 3 คืน
เราคิดว่า เขาทำการเป็นขบวนการ รวมทั้งตำรวจด้วย มันคงเอาไปแบ่งกัน
เพื่อนๆ ต้องระวัง เราเองก็เกือบไปแล้ว ดีที่มีสามีเตือนสติ
/จาก ท่านปกรณ์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แจ้งรถหาย

ข่าวแจ้งจาก สันติสุข 6 ครับ
...ถ้ารถหาย แจ้งสายด่วน1192
จะมี sms แจ้งไปยังจุดสกัดจับทั่วประเทศ ภายใน 2 นาที ฝากส่งต่อด้วยครับ เป็นศูนย์ป้องกันรถหาย ของ สตช.มี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง เป็นผู้ควบคุม..

วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ปลูกต้นไม้ประจำบ้านตามหลักโหราศาสตร์ไทย



ทิศเหนือ
ให้ปลูกต้นพุทรา หัวว่าน ป้องกันอาคมและเวทย์มนต์ต่างๆ
ทิศตะวันออก
ให้ปลูกต้นไม้ไผ่สีทองหรือสีเหลืองได้ทุกชนิด ต้นมะพร้าวเล็กหรือใหญ่ก็ได้ ป้องกันไข้ร้ายต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับคนในบ้าน
ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ให้ปลูกต้นทุเรียน ขุดบ่อโดยรอบหรือข้างต้นเล็กๆก็ได้และมีน้ำอยู่ในบ่อเสมอ
ทิศตะวันออกเฉียงใต้
ให้ปลูกต้นสารภี ต้นยอ กัน(คำที่ไม่อนุญาตให้ใช้)
ทิศใต้
ให้ปลูกต้นมะม่วง ต้นมะพลับ
ทิศตะวันตก
ให้ปลูก ต้นมะขาม มะยม กันถ้อยความจะเกิดขึ้น และกันภูตผีปีศาจได้อย่างดี
ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ให้ปลูกต้นมะกรูด
ทิศตะวันตกเฉียงใต้
ต้นพิกุล ขนุน ราชพฤกษ์ สะเกา กันโทษได้ดียิ่ง
ตามตำราโหราศาสตร์ฉบับโบราณที่ได้เคยศึกษามาท่านว่าผู้ใดถ้าได้ทำ คนจะเกรงขาม ทรัพย์สินจะตามมา อยู่เป็นสุขสำราญดีนะครับ เพราะที่บ้านผมก็ปลูกเหมือนกันก็เป็นดังที่ท่านว่าไว้จริง แต่ทรัพย์สินจะตามมานั้นต้องทำงานนะครับถึงจะตามมาและดีด้วยนะครับ การอยู่เป็นสุขความร่มรื่นความร่มเงาความเย็นสบายของบรรยากาศรอบบ้านการได้ผลประโยชน
์จากต้นไม้ที่เราปลูกการมีความเกรงอกเกรงใจของคนภายนอกเกิดขึ้นจริงลองคิดดูนะครับว่
าเกิดขึ้นอย่างไร

แต่ยังมีข้อห้ามปลูกอีกอย่างหนึ่งภายในบ้านก็คือ

ต้นโพธิ์ เพราะท่านว่าเป็นต้นไม้ประจำวันวาอารามครับ
ต้นไทร เป็นต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่อาจบดบังกระแสลมและดูทึบครึมๆได้นะครับไม่ความปลูกภายในบ้าน

ต้นตะเคียน ท่านว่าเป็นต้นไม้มีผีนางไม้สิงสู่
ต้นยาง ไม่ควรนำมาปลูกเลยก็ว่าได้เพราะนิยมเอามาทำหีบศพครับ
ต้นดอกทอง ตามคำโบราณท่านว่าเป็นที่ชื่อของต้นไม้เป็นลางไม่ดี ทำให้คนในบ้านผิดประเวณีกันเอง ที่ผมเคยเห็นมาคนที่ทำพวกไสยาศาสตร์ นิยมนำมาทำเวทย์มนต์ต่างๆในทางชู้สาวในทางที่ไม่ดีและไม่แนะนำนะครับเพราะผมเห็นคนที
่นำมาใช้เกิดโทษแก่ตัวเองอย่างมากครับ
อย่างไรสุดท้ายนี้การปลูกต้นไม้อีกหลายชนิดดูที่ชื่อด้วยนะครับถ้าชื่อดีเป็นมงคลก็ป
ลูกได้ครับทิศใดก็ได้

ข้อมูลอ้างอิง ตำราโหราศาสตร์ (ฉบับโบราณ)

วัฒนา

วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

7 เรื่องที่เชื่อว่ามีจริง


7 เรื่องที่เชื่อว่ามีจริง

จะเชื่อเรื่องจริงหรือหลอก ก็คงบอกกันไม่ได้ แต่เรื่องทั้ง 7 ต่อไปนี้คนโบราณเขาบอกว่าเชื่อแล้วดีไม่มีพิษภัยแน่นอนค่ะ
 กวางขาวเป็นสัตว์อมตะ
ในสายตาของคนญี่ปุ่น กวางสีขาวเป็นสัตว์แห่งสวรรค์ มีอำนาจสามารถบันดาลฝนให้ตกได้ชาวปลาดิบเมื่อหลายร้อยปีเลยถือสามากเรื่องการทำร้ายกวางขาว ใครยิงมันจะชักนำภัยพิบัติมาสู่ตัวเองและครอบครัว ส่วนชาวอินเดียนแดงก็ถือว่ากวางเป็นสัตว์แห่งชีวิตอมตะ ไม่มีวันแตกดับ
 ลูกปัดเครื่องราง
สำหรับ หลายชนชาติ ลูกปัดเป็นเครื่องรางนำความสุขมาให้เจ้าของ ในภาษาไทยหมายถึงปัดรังควาน ปัดเสนียดจัญไร สิ่งชั่วร้ายออกไปจากชีวิต ส่วนภาษาอังกฤษ ลูกปัด ( BEAD )มาจากคำว่า BEDE แปลว่าการสวดมนต์ ในทวีปยุโรบจึงเชื่อว่าลูกปัดสามารถรักษาโรคได้ เพราะสมัยก่อนคนที่รักษาโรคก็คือพระ ซึ่งสวดมนต์ติดต่อกับพระเจ้าอยู่เป็นประจำนั่นเอง
 นิ้วก้อยคือนิ้วรุ่งเรือง
คนจีนเจ้าแห่งความเชื่อ เชื่อกันว่าถ้าใส่แหวนที่นิ้วก้อยชีวิตจะสุขสบายไม่ต้องทำงานหนัก ยิ่งถ้าใส่แหวนหยกไว้จะช่วยเสริมให้เป็นมีอำนาจและสุขภาพดี เพราะนิ้วก้อยถือเป็นนิ้วแห่งความรุ่งเรือง
 วางโทรศัพท์มุมไหนจะดี
ฝรั่งมีเคล็ดลับในการวางโทรศัพท์ว่า ถ้าวางโทรศัพท์ไว้ที่มุมซ้ายของโต๊ะทำงานข่าวที่ได้ยินทางโทรศัพท์จะมีแต่เรื่องร้ายๆแต่ถ้าวางไว้ที่มุมขวาของโต๊ะจะได้ยินแต่ข่าวที่ทำให้สบายใจ
 ต้นว่านทำนายดวง
คนไทยโบราณแทบทุกบ้านจะปลูกต้นว่านไว้ที่ชานเรือน เพื่อเอาไว้ทำนายดวงทางด้านการค้า ถ้าต้นว่านงอกงามดีแสดงว่าชีวิตกำลังรุ่งเรือง ยิ่งถ้าว่านออกดอกด้วยละก็ ช่วงนั้นดวงจะดีมาก จับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง แต่ถ้าต้นว่านเกิดเหี่ยวแห้งหรือหักไป เจ้าของก็เตรียมผ้าเช็ดหน้าไว้ซับน้ำตาได้เลย เพราะจะทำมาค้าไม่ขึ้น มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง
 เจ้าสาวใหม่ไม่เซ็นชื่อ
เวลาจะเปลี่ยนนามสกุล เจ้าสาวผู้รอบคอบบางคนจะหัดเซ็นลายเซ็นไว้ก่อน แต่เจ้าสาวชาวตะวันตกจะไม่ยอมทำเป็นอันขาด เนื่องจากทุกคนถูกฝังหัวมาตั้งแต่ยังเด็กว่าถ้าเซ็นชื่อก่อนแต่ง วิวาห์จะล่ม ไม่รู้ชื่อกับงานแต่งมันเกี่ยวกันตั้งแต่เมื่อไหร่หว่า
 แม่ซื้อซื้อลูก
สมัยก่อนการแพทย์ยังไม่เจริญ เด็กที่เกิดใหม่มักจะตายกันง่ายมาก เลยเกิดความเชื่อว่ามีผีมาแย่งตัวไป ต้องแก้เคล็ดด้วยการหาคนที่ทีนิสัยและความประพฤติเป็นที่ถูกใจของพ่อแม่เด็กมาทำหน้าที่เป็นแม่ซื้อ ซื้อเด็กไปเลี้ยงไว้ซะเอง โดยการเอาเด็กใส่ในกระด้งร่อนแล้วร้องว่าสามวันลูกผี สี่วันลูกคน ลูกขอใครมารับเอาไปเน้อ แม่ซื้อก็จะตอบว่าลูกของฉันเองแล้วเอาเงิน 32 เบี้ย ออกมาซื้อเด็ก เป็นการหลอกผีว่าเด็กคนนี้ไม่ดี ขนาดแม่แท้ๆที่คลอดออกมายังไม่รัก จนต้องมีคนอื่นมาซื้อไปเลี้ยง ผีจะได้แขยงแมลงจะได้ขยาดไม่กล้ามาแย่งไป
สุมิตรา

วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2555

30 วิธีแสนง่ายเลี้ยงลูกให้ฉลาด


30 วิธีแสนง่ายเลี้ยงลูกให้ฉลาด


30วิธีง่ายๆต่อไปนี้อาจช่วยขยายไอเดียของคุณๆได้หากลูกคุณยังไม่ได้ดั่งใจแต่อย่างใดก็ตาม เด็กก็คือเด็ก เป็นผ้าขาวของสังคมเราต้องเข้าใจธรรมชาติของเขา ก่อนที่จะไปเปลี่ยนแปลงให้เขา เป็นในสิ่งที่เราอยากให้เป็นวิธีต่างๆเหล่านี้ผ่านการวิเคราะห์ทดสอบทดลองและสรุปผลมาแล้ว จากนักวิชาการว่าใช้ได้ผลดีมาแล้วทั􏰁วโลก
1.ตามองตา
เมื่อลูกลืมตาตื่นขึ้น ให้เรามองหน้าสบสายตาหนูน้อยสักครหู่ นูน้อยแรกเกิดจดจําใบหน้าของคนได้เป็นสิ่ง แรกเสมอ และใบหน้าของพ่อแม่คือใบหน้าแรกที่ลูกอยากจะจดจําซึ่งแต่ละครั่งที่หนูน้อยจอ้งมองใบหน้า ของเรา สมองก็จะบันทึกความทรงจําไว้เพิ่มขึ่นเรื่อย ๆ ด้วย
2.พูดต่อสิลูก
เวลาพูดกับลูก เว้นช่องว่างในช่วงคําง่าย ๆ ที่ลูกจะสามารถพูดต่อได้ เช่น พยางค์สุดท้ายของคํา หรือคํา สุดท้ายของประโยค ในช่วงแรก ๆ ลูกอาจจะเงียบและทําหน้างง แต่ในที่สุดถ้าทําอย่างนี่บ่อย ๆ ในประโยค ซํ้า ๆ ลูกจะค่อย ๆ จับจังหวะ จับคําพูดบางคําไดแ้ ละเริ่มพูดต่อในช่วงว่างที่พ่อแม่หยุดไว้ให้
3.ฉลาดเพราะนมแม่
ให้นม แม่นานที่สุดเท่าที่จะทําได้ ผลการศึกษาในเด็กวัยเรียนพบว่าเด็กที่กินนมแม่ตอนที่เป็นทารกมักจะมี ไอคิวสูงกว่าเด็กที่ไม่ได้กินนมแมน่ อกจากนี้การให้นมลูกยังเป็นช่วงเวลาสําคัญในการสร้างสายสัมพันธ์กับ ลูกน่้อย
4. ทําตลกใส่ลูก
แม้กระทั่งเด็กน้อยอายุเพียงแค่2 วันก็มีความสามารถเลียนแบบการแสดงออกทางสีหน้าอย่างง่าย ๆ ของ พ่อแม่ได้ ไม่เชื่อลองแลบลิ้นหรือทําหน้าตาตลก ๆ ใส่ลูกคุณจะทําตามแน่ ๆ
5.กระจกเงาวิเศษ
ทารกน้อยเกือบทุกคนชอบส่องกระจก เขาจะสนุกที่ได้เห็นเงาของตัวเองในกระจกโบกมือหรือยิ้มแย้ม หัวเราะตอบออกมา ทุกครั้งห
6.จั๊กจี้จั๊กจี้
การหัวเราะเป็นจุดเริ่มต้นของพัฒนาการด้านอารมณ์ขันการเล่นปูไต่ทําให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับการคาดเดา เหตุการณ์ด้วยว่าถ้าพ่อแม่เล่นอยา่งนี้แสดงว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปปูจะไต่จากไหนไปถึงไหนเป็นต้น
7.สองภาพที่แตกต่าง
ถือรูปภาพ 2 รูป ที่คล้ายกันให้ลูกมองโดยวางให้ห่างจากใบหน้าของลูกประมาณ 8-12 นิ้ว เช่น ภาพรูป บ้านที่เหมือนกันทั้งสองรูปแต่อีกรูปหนึ่งมีต้นไม้ต้นใหญ่อยู่ข้างบ้านแม้ยังเป็นเด็กทารกแต่เขาสามารถ สังเกตเห็นความแตกต่างนี้ได้เป็นการสร้างความจําที่จะเป็นพื้นฐานในการจดจําตัวอักษรและการอ่าน สําหรับลูก ต่อไป
8.ชมวิวด้วยกัน
พา ลูกออกไปเดินเล่นนอกบ้าน และบรรยายสิ่งที่เห็นให้ลูกฟัง เชโ่นอ้โหต้นไม้ต้นนี่มีนกเกาะอยู่เต็มเลย ดู สิลูกบนนัั้นมีนกด้วยการบรรยายสิ่งแวดล้อมให้ลูกฟังสร้างโอกาสการเรียนรู้คําศัพท์ให้กับลูก
9.เสียงประหลาด
ทําเสียงเป็นสัตว์ประหลาด คุ๊กคู ๆ หรือทําเสียงสูง ๆเลียนแบบเสยี งเวลาที่เด็ก ๆ พูดทารกน้อยจะ พยายามปรับการรับฟังเสียงให้เข้ากับเสียงต่าง ๆ จากพ่อแม่
10.ร้องเพลงแสนหรรษา
สร้างเสียงและจังหวะส่วนตัวระหว่างเราและลูกน้อยขึ้นมา เช่นเวลาเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูก ก็ร้องเพลง เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกอาจจะเป็นกลอนสั้นๆแล้วใส่เสียงสูงตํ่าแบบการร้องเพลงเข้าไปหรืออีก ทางคือเปิดเพลงชนิดต่าง ๆ ให้ลูกฟังบ้าง เช่นบางวันอาจจะเป็นลูกทุ่ง บางวันเป็นเพลงบรรเลง หรือ เพลงป๊อปยอดฮิตทั่วไปมีนักวิจัยค้นพบว่าจังหวะดนตรีเกี่ยวพันกับการเรียนรู้คณิศาสตร์ของลูก
11.มีค่ามากกว่าแค่อาบน้ำ
เวลาในการอาบน้ำสอนให้ลูกรู้จักส่วนต่าง ๆ ของร่างกายหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการอาบน้ำการบรรยายให้ ลูกฟังไปด้วยว่ากําลังทําอะไรและจะทําอะไรต่อไปเท่ากับเป็นการสอนคําศัพท์ และช่วยให้ลูกเรียนรู้ เกี่ยวกับกิจวัตรประจําวันไปในตัว
12.อุทิศตัวเป็นของเล่น
ไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่องเล่นราคาแพงไว้ให้ลูกบริหารร่างกายเพียงแค่คุณพ่อหรือคุณแม่นอนราบลงไปบนพื้น และปล่อยให้หนูพยายามคลานข้ามตัวไปแค่นี้ร่างกายของคุณพ่อคุณแม่ก็จะกลายเป็นสนามเด็กเล่นที่ราคา ถูกที่สุดและสนุกที่สุดสําหรับหนูน้อยได้พัฒนากล้ามเนื้อให้ทํางานสัมพันธแ์ ละเรียนรู้เรื่องการแก้ปัญหาไป พร้อมกัน
13.พาลูกไปช็อปปิ้ ง
นาน ๆ ครั้งพาลูกน้อยไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ตด้วยก็ไม่เสียหายใบหน้าผู้คนอันหลากหลาย รวมถึงแสง สี เสียง ในห้างสรรพสินค้า คือสิ่งบันเทิงใจสําหรับหนูน้อยเชียวล่ะ
14.ให้ลูกมีส่วนร่วม
พยายามให้ลูกได้มีส่วนร่วมในกิจวัตรต่าง ๆ เช่นถ้ากําลังจะปิดไฟก็อาจจะบอกลูกว่า แม่กําลังจะปิดแล้วนะ เสร็จแล้วจึงกดปิดสวิชต์ไฟนี้จะเป็นการสอนให้ลูกเรียนรู้เกี่ยวกับเหตุและผลลูกน้อยจะเรียนรู้ว่าเมื่อคุณแม่ กดสวิชต์ หลอดไฟจะปิดเป็นต้น
15.เสียงและสัมผัสจากลมหายใจ
ช่วยให้ลูกน้อยกระปรี่กระเปร่าขึ้นด้วยการเป่าลมเบา ๆ ไปตาม ใบหน้า มือแขน หรือท้องของลูก หา จังหวะในการเป่าของตัวเอง เช่น เป่าเร็ว ๆ สลับกับช้าบ้าง หรือเป่าแล้วตามด้วยเสียงต่าง ๆ ตามแต่ จินตนาการของคุณพ่อคุณแม่ แล้วรอดูปฏิกริยาตอบสนองจากลูก
16.ทิชชู่หรรษา
ถ้าลูกชอบดึงกระดาษทิชชู่ออกจากม้วน ปล่อยเขาค่ะ อย่าห้ามแต่อาจใช้กระดาษทิชชู่ม้วนที่เราใช้ไป พอสมควรแล้ว จนเหลือกระดาษอยู่เพียงเล็กน้อยเพราะการที่เด็กน้อยได้ขยําหรือขยี้กระดาษให้ยับย่น หรือพับให้เรียบนั้นเป็นการฝึกประสาทสัมผัสและการใช้มือของลูกเป็นอย่างดี
17.อ่านหนังสือให้ลูกฟัง
การอ่านหนังสือช่วยให้ลูกเรียนรู้เรื่องภาษาได้จริงๆมีผลการวิจัยออกมาวแ่าม้กระทั่งเด็กอาย8ุ เดือน สามารถเรียนรู้จดจําการเรียงลําดับคําในประโยคที่ผู้ใหญ่อ่านให้ฟังซ้ำ 2-3 ครั้งได้ ดังนั้น ควรจัดเวาลในแต่ ละวันอ่านหนังสือให้ลูกฟังเป็นประจํา
18.เล่นซ่อนหาจ๊ะเอ๋
การเล่นจ๊ะเอ๋นี้นอกจากจะทําให้ลูกหัวเราะแล้วยังช่วยให้ลูกเรียนรู้ว่าเมื่อสิ่งของหายไปแล้วสามารถกลับคืนมาได้อีก
19.สัมผัสที่แตกต่าง
หาสิ่งของที่มีผิวสัมผัสแตกต่างกัน เช่น ผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ ไห หรือผ้ฝ้าย ค่อย ๆ นําพื้นผิวแต่ละอย่างไป สัมผัสแก้ม เท้า หรือท้องลูกเบา ๆระหว่างนี้คุณพ่อคุณแม่ก็บรรยายให้ลูกฟังไปด้วยว่าความรู้สึกเมื่อถูก สัมผัสเป็นอย่างไรเช่น นี้จั๊กจี้นะลูกส่วนอันนี้นุ๊มนุ่มใช่ไหมเป็นต้น
20.ให้ลูกผ่อนคลายและอยู่กับตัวเองบ้าง
ให้ เวลาประมาณ 5-10 นาที ในแต่ละวัน นั่งเงียบ ๆ สบาย ๆ กับลูกน้อยบนพื้นบ้านไม่ต้องเปิดเพลง เปิด ไฟ หรือเล่นอะไรกัน ปล่อยให้ลูกได้สํารวจสิ่งต่าง ๆตามใจชอบ คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องไปยุ่งกับลูกเลยและรอ ดูว่าใช้เวลาสักเท่าไรหนูน้อยจึงจะคลานมาขอเล่นกับคุณพ่อคุณแม่อีกครั้งนี้เป็นการฝึกความเป็นตัวของ ตัวเองให้ลูกขั้นแรก
21.ทําอัลบั้มรูปครอบครัว
นํารูป ภาพของญาติ ๆ มาใส่ไว้ในอัลบั้มเดียวกัน และนําออกมาให้ลูกดูบ่อย ๆเพื่อให้จดจําชื่อญาติแต่ละ คนแล้วเวลาที่คุณปู่ หรือคุณย่าโทรศัพท์มกา็นํารูปท่านออกมาให้ลูกดูพร้อมกับที่ให้ลูกฟังเสียงของท่าน จากโทรศัพท์ไป ด้วย
22.มือออาหารแสนสนุก
เมื่อถึงเวลาที่ลูกสามารถกินอาหารเสริมที้หลากหลายมากขึ้นได้แล้วอย่าลืมจัดอาหารของลูกให้มีชนิด ขนาดและพื้นผิวที่หลากหลาย เช่นมีทั้งผลไม้ชิ้นเล็กเส้นพาสต้า มักกะโรนี หรือซีเรียลปล่อยให้ลูกน้อยใช้ มือจับอาหารถ้าลูกอยากทํา เป็นการฝึกใช้นิ้วและฝึกใช้ประสาทสัมผัสเมื่อได้สัมผัสกับอาหารที่มีลักษณะ แตกต่างกัน
23.เด็กชอบทิ่งของ
บางครั้งดูเหมือนเด็กชอบทิ่งของลงพื้นซํ้ำแล้วซ้ำอีกและพฤติกรรมนี้เกิดจากเด็กทดสอบเรื่องแรงโน้มถ่วงว่าจะ ตกลงสู่พื้นทุกครั้งหรือไม่
24.กล่องมายากล
หากล่อง หรือตลับที่เหมือนกันมาสักสามอันแล้วซ่อนของเล่นชิเนโปรดของลูกไว้ในกล่องใบหนึ่ง สลับกล่อง จนลูกจําไม่ได้ แล้วให้ลูกค้นหาของเล่นชิ้นนั้นจนเจอ นี้เป็นเกมฝึกสมองอย่างง่ายสําหรับเด็ก
25.สร้างอุปสรรคเล็ก ๆ น้อย ๆ
กระตุ้น ทักษะการทํางานของกล้ามเนื้อให้ลูก โดยนําเบาะ โซฟา หมอน กล่องหรือของเล่นวางขวางไว้บน พื้นแล้วพ่อแม่ก็แสดงวิธีคลานข้ามลอดหรือคลานรอบๆสิ่งกีดขวางเหลา่นี้ได้อย่างไร
26.เลียนแบบลูกบ้าง
เด็ก ชอบให้พ่อแม่ทําอะไรตามเขาในบางครั้ง เช่น เลียนแบบท่าหาวของลูกแกล้งดูดขวดนมของลูก ทํา เสียงเลียนแบบเวลาที่ลูกส่งเสียงอ้อแอห้ รือคลานในแบบที่ลูกคลาน การทําอย่างนี้กระตุ้นให้ลูกแสดงกิริยา ท่าทางต่าง ๆ ออกมา เพราะอยากเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของพ่อแม่ นี้คือก้าวแรกของลูกสู่การมีความคิด สร้างสรรค์
27.จับใบหน้าที่แปลกไป
ลองทําหน้าตาแปลก ๆ เช่น ขมวดคิ้ว แยกเขี่ยว แลบลิ่นให้ลูกดเูวลาลูกเห็นพ่อแม่ทําหน้าตาตลก หนูน้อย จะอยากลองจับ ปล่อยให้ลูกได้ลองจับต้องใบหน้าของพ่อแม่ แล้วสร้างเงื่อนไขบางอย่างขึ้นมาเช่น ถ้าลูก จับจมูกจะทําเสียงแบบนี้ ถ้าจับแก้มจะทําเสียงอีกแบบหนึ่งทําแบบนี้ 3-4 รอบ แล้วจึงเปลี่ยนเงื่อนไขไป เรื่อย ๆ เพื่อให้ลูกแปลกใจ
28.วางแผนคลานตามกัน
ลองคลานเล่นไปกับลูกให้ทั่วบ้าน คลานช้าบ้างเร็วบ้างและหยุดหรือพ่อแม่อาจจะวางของเล่นที่น่าสนใจ หรือจัดบ้านในบางมุมให้แปลกไปก่อนที่จะมาคลานเล่นกับลูกเพื่อไปสํารวจตามจุดต่าง ๆ ที่จัดไว้ตามแผน
29.เส้นทางแห่งความรู้สึก
อุ้มลูกน้อยเดินไปทั่วบ้านในวันฝนตก จับมือลูกไปสัมผัสหน้าต่างที่เย็นชืนหนยดน้ำที่เกาะบนใบไม้ ต้นไม้ หรือสิ่งของอื่น ๆในบ้านที่จับต้องได้อย่างปลอดภัย เป็นการเปิดประสาทสัมผัสของลูกสู่ความรู้สึกต่าง ๆ เมื่อได้แตะต้องสิ่งของเย็น เปียก หรือความลื่น
30.เล่าเรื่องของลูก
เลือก นิทานเรื่องโปรดของลูก แต่แทนที่จะเล่าอย่างที่เคยเลา่ ลองใส่ชื่อของลูกลงไปแทนที่ชื่อตัวละครตัว สําคัญของเรื่องเพื่อให้หนูน้อยรู้สึกแปลกใจและสนุกสนานไปกับชื่อของตัวเองในนิทาน 

วิธีทำโยเกิร์ต


วิธีทำโยเกิร์ต

เป็นวิธีสำหรับผู้ที่ต้องการผลิตโยเกิร์ตทานเองที่บ้าน มีวิธีการทำที่จะแนะนำดังนี้

ส่วนผสมสำหรับโยเกิร์ตประมาณ 500 ml.
           1. นมสดพาสเจอร์ไรส์ หรือนม UHT เป็นแบบธรรมดา หรือพร่องไขมันก็ได้ 425 g. หรือ 2 ถ้วยตวง
           2. นมผงแบบนมผงธรรมดาหรือนมผงขาดมันเนย 75 g. หรือ 5 ช้อนโต๊ะ
           3. โยเกิร์ตถ้วยรสธรรมชาติ 75 g. หรือครึ่งถ้วยโยเกิร์ต

วิธีการทำ
           1. ตุ๋นนมในหม้อตุ๋น หรือใช้หม้อสองใบซ้อนกัน ใบนอกใส่น้ำต้มให้น้ำเดือดและใบในใส่นม (เพื่อไม่ให้นมไหม้) 
           2. พอนมเริ่มอุ่น ละลายนมผงลงในน้ำนม
           3. ให้ความร้อนกับน้ำนมที่อุณหภูมิ 95C เป็นเวลา 5 นาที ถ้าไม่มีที่สัดอุณหภูมิให้ดูลักษณะของน้ำนมที่ร้อนจนคล้ายนมใกล้เดือดแล้วจับเวลา
           4. ยกลง ลดความร้อนของน้ำนมลงโดยใช้น้ำเย็นไหลผ่านด้านนอกของภาชนะที่ใช้ต้มนม หรือแช่ในน้ำแข็ง จนอุณหภูมิของนมอยู่ที่ประมาณ 45C หรืออุ่นพอที่จะทนได้เมื่อทดสอบโดยการหยดนมลงบนหลังมือ
           5. เติมโยเกิร์ตรสธรรมชาติลงไปในน้ำนม คนเบา ๆ ให้เข้ากัน
           6. ปิดฝา บ่มทิ้งไว้ที่อุณหภูมิ 43C เป็นเวลา 4-6 ชั่วโมง ถ้าไม่มีตู้บ่มสามารถใช้กล่องโฟมหรือกล่องที่สามารถเก็บความร้อนได้ใส่น้ำนมนั้นและบ่มเป็นเวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง หรือบ่มไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 8-10 ชั่วโมง จนกว่าจะได้เนื้อโยเกิร์ตที่เปรี้ยมตามที่ต้องการ

เคล็ดลับการทำโยเกิร์ต
          หลาย ๆ คนทำโยเกิร์ตเองแล้วพบว่าเนื้อโยเกิร์ตเหลว ไม่หอมอร่อยเหมือนที่เขาขายกัน ซึ่งสาเหตุและวิธีการป้องกันเรียงตามขั้นตอนการผลิตมีดังนี้

          1. การต้มน้ำนม 
                    1.1 ต้องไม่ต้มให้นมเดือด ใช้อุณหภูมิสูงสุดเพียง 95C ถ้าต้มจนน้ำนมเดือด จะมีนมบางส่วนที่ไหม้และทำให้เกิดกลิ่นนมไหม้ (cooked flavor) ทำให้โยเกิร์ตไม่หอมและมีกลิ่นที่ไม่เป็นที่ต้องการ แต่ถ้าต้มนม
                    1.2 ถ้าให้ความร้อนกับนมไม่เพียงพอและไม่นานพอ (ไม่ถึง 90-95C เป็นเวลา 5 นาที) เนื้อโยเกิร์ตที่ได้จะเหลว มีน้ำใส ๆ แยกออกมา (wheying off) เนื่องจากการให้ความร้อนนี้จะช่วยให้ Whey Protein ที่มีอยู่ในน้ำนมถูกทำลาย ซึ่งมันจะคลายเกลียวและสร้างโครงสร้างที่เป็นเจลหุ้มน้ำ ทำหน้าที่เหมือนเป็นสารให้ความคงตัวตามธรรมชาติ ทำให้โยเกิร์ตเนื้อเนียนไม่มีน้ำแยกออกมา นอกจากนี้การให้ความร้อนยังช่วยไล่อากาศในน้ำนม เกิดสภาวะที่เหมาะสมกับการเจริญของจุลินทรย์โยเกิร์ต และช่วยฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคและจุลินทรีย์ในน้ำนมที่จะมาเจริญแข็งกับจุลินทรีย์โยเกิร์ตด้วย

          2. ขั้นตอนการเติมเชื้อโยเกิร์ต
                    2.1 เลือกใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ยี่ห้อที่ใช้แล้วพบว่าได้โยเกิร์ตเนื้อดีกว่าเพื่อนคือยี่ห้อโฟร์โมสต์ (ไม่ได้โฆษณานะคะ) ถ้าต้องการเชื้อโปรไบโอติกด้วยก็เลือกใช้ยี่ห้อที่มีส่วนผสมของเชื้อโปรไบโอติกด้วยก็ได้ 
                    2.2 เชื้อจุลินทรีย์เป็นสิ่งมีชีวิต ดังนั้นถ้าให้เวลาเชื้อปรับตัวจะทำให้ได้โยเกิร์ตไวขึ้น เราทำให้เชื้อปรับตัวได้โดยเอาโยเกิร์ตที่ซื้อมาเป็นหัวเชื้อมาทำโยเกิร์ตก่อน 1 ครั้งแล้วเอาโยเกิร์ตที่เราทำครั้งแรกมาใช้เป็นหัวเชื้อทันทีโดยไม่แช่เย็นเก็บไว้ หรือเอาหัวเชื้อโยเกิร์ตที่เราซื้อมามาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องหรือในน้ำอุ่นเป็นเวลา 3-4 ชั่วโมงก่อนนำมาเติมในน้ำนมก็จะช่วยได้เช่นกัน

          3. ระหว่างการบ่ม
                    3.1 อุณหภูมิและเวลา ถ้าเราบ่มที่อุณหภูมิต่ำเช่นอุณหภูมิห้อง ก็ต้องใช้เวลานานกว่าการบ่มที่อุณหภูมิสูง
                    3.2 ระหว่างการบ่มอย่าไปขยับ เขย่า คน หรือเอียงถ้วยดู เพราะระหว่างการเกิด curd ของโยเกิร์ต ถ้าได้รับการกระทบกระเทือน โครงสร้างเจลจะถูกทำลาย และมีน้ำใสแยกออกมา เนื้อโยเกิร์ตจะไม่แข็ง ถ้าต้องการทดสอบดูว่าโยเกิร์ตแข็งพอแล้วหรือเปรี้ยวพอแล้วหรือไม่ ให้ทดสอบช่วงที่ใกล้จะบ่มเสร็จ เช่นถ้าบ่มที่อุณหภูมิ 43C ก็เช็คดูประมาณชั่วโมงที่ 4 ถ้าบ่มที่อุณหภูมิห้องก็เช็คดูที่ชั่วโมงที่ 8 เป็นต้น

          4. อื่น ๆ
                    4.1 ในสูตรที่ให้ เป็นสูตรที่ให้เติมนมผงลงไปในน้ำนมอีก เพื่อให้ได้นมที่มีความข้นสูง จะได้โยเกิร์ตที่มีเนื้อแน่นและหนักกว่า แต่โดยปกติน้ำนมธรรมดาก็สามารถนำมาผลิตโยเกิร์ตได้โดยไม่ต้องเติมนมผง 
                    4.2 ถ้าเน้นที่ความอร่อย แนะนำให้ใช้นมที่มีไขมันธรรมดา หรือถ้าไม่กลัวอ้วนจะเติมครีมลงไปอีกนิดหน่อยก็ได้ ถ้าโยเกิร์ตมีไขมันมากจะมีเนื้อเนียนลื่นคอ และหอมอร่อยเป็นพิเศษ



ที่มา : โดย อาจารย์ พรหล้า ขาวเธียร
ภาควิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร
สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

สุดยอดอาหารเสริมพลังเซ็กซ์ให้ซู่ซ่า

อย่า มัวแต่กินๆๆ ตักเข้าปากอย่างเดียวนะสาวเรา รู้รึเปล่า..ผักและผลไม้บางอย่างมันมีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างความต้อง การทางเพศได้ดีเทียบเท่ากับไวอากร้า!รู้อย่างนี้แล้ว รีบเปิดตู้เย็นหาอาหารเสริมพลังเซ็กซ์ทันที แต่หากมีแต่วิญญาณผักผลไม้ งั้นจะช้าอยู่ใย…รีบไปตลาดหาซื้อด่วน อย่าได้ช้าที ให้ไว!
หอยนางรมสด
เป็นที่ทราบกันอยู่นานนมแล้วว่า ทานหอยนางรมแล้วจะคึกเป็นม้าพยศ เพราะอะไรรึ! หอยนางรมมีธาตุสังกะสี ที่เพิ่มจำนวนสเปิร์มและฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน(Testosterone) อ้อ! แถมหอยนางรมตัวขาวๆ ยังมีสารโดพามิน (Dopamine) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยเพิ่มความสนุกสนานในการมีเซ็กซ์อีกด้วยแน่ะ
หอยนางรมมีสารประกอบสำคัญ คือ เทารีน (Taurine ) ซึ่ง ส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาท มีผลต่อการทำงานของต่อมหมวกไต ซึ่งมีหน้าที่หลั่งฮอร์โมนเพศ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงานให้กับร่างกาย
ทอรีนจะมีธาตุสังกะสี (Zinc) เป็นตัวส่งเสริมการ ออกฤทธิ์ให้ได้ผลดียิ่งดีขึ้น ซึ่งเราจะพบ Zinc ได้มากในหอยนางรม ดังนั้น หอยนางรมสามารถนำมาเป็น อาหารเพื่อส่งเสริมสุขภาพหรือสมรรถภาพทางเพศได้อย่างดีอีกด้วย
เซเลรี่
เซเลรี่ (Celery) คือ ขึ้นฉ่ายชนิดหนึ่งเหมือนกับเมืองไทยบ้านเรา จะแตกต่างก็แค่เป็นพืชผักจากเมืองหนาวหรือเรียกง่ายๆ ว่า เป็นผักสัญชาติฝรั่งนั่นเองผักตระกูลคึ่นช่ายแบบนี้ แม้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมหรือรู้จักของคนไทยเท่าไหร่ แต่สรรพคุณกลับไม่น่ามองข้าม
เพราะเซเลรี่มีสาร แอนโดรสเตอโรน (Androsterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นอารมณ์ทำให้ทั้งชายและหญิงที่ได้ลิ้มลองรสชาติของเซเลรี่ เคลิบเคลิ้มซู้ฃ่ซ่า เซ็กซ์สะเด่าได้ตามๆ กัน
กล้วย
ประกอบไปด้วยเอนไซน์ Bromelain ที่เชื่อว่าสามารถเพิ่มสัญชาติญาณทางเพศให้ผู้ชายได้ นอกจากนั้นกล้วยผลยาวๆ นี้ยังมีโซเดียม (Sodium) และ วิตามินบีรวม ที่เพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย ส่วนจะทานกล้วยอย่างไรให้เร้าใจ คงไม่ต้องแนะ เพราะผู้หญิงมักเรียนรู้วิธีการทานกล้วยให้ยั่วยวนได้ง่ายๆ ฮิฮิ
กระเทียม
แม้กลิ่นจะทำร้ายบรรยากาศสวยๆ ของคุณ แต่ประสิทธิภาพของกระเทียมที่มีสารอัลลีซิน (Allicin) ที่ช่วยเพิ่มความดันเลือดให้สูบฉีด เพิ่มความต้องการทางเพศ สำหรับใครที่ไม่ชอบกลิ่นกระเทียมสามารถเลือกทานแบบแคปซูลแทนได้นิ
ไข่
ไข่มีวิตามินสูง ทั้งบี 5 และบี 6 ที่ช่วยปรับระดับของฮอร์โมนและลดความเครียด ซึ่งทั้งสองนี้มีผลต่อความต้องการทางเพศ อยากเปลี่ยนรสชาติการบำรุงด้วยไข่ดิบ ลองเปลี่ยนมาลิ้มรสไข่ปลาคาเวียร์ จิบกับแชมเปญ คงเพิ่มสีสันเร่าร้อนกับกิจกรรมบนเตียงของคุณน่าดู!
อัลมอนต์ หรือเมล็ดถั่วต่างๆ
เมล็ดมหัศจรรย์เหล่านี้มีสารที่ช่วย เพิ่มฮอร์โมนให้กับผู้ชาย และกลิ่นหอมของมันยังช่วยเพิ่มความเสน่หาให้คุณทั้งสองได้ด้วย ดินเนอร์มื้อนี้อย่าลืมเทียนหอมกลิ่นอัลมอนต์เพิ่มบรรยากาศ พร้อมไอศครีมผสมอัลมอนต์ปิดท้ายซักถ้วย
อโวคาโด
ผลไม้รูปร่างประหลาดมีส่วนผสมของกรดโฟลิค (Folic Acid) ที่ ช่วยระบบเผาผลาญโปรตีน ช่วยเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย นอกจากนั้นยังมีวิตามินบี 6 และโปแตสเซี่ยม ที่ช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศให้ทั้งชายและหญิง วิธีทานอโวคาโด ง่ายๆ แค่ผ่าครึ่งผลแล้วตักเนื้อในด้วยมือของคุณเอง แล้วให้หญิงสาวของคุณขบกินเบาๆ
ช็อกโกแลต
ของว่างสุดโปรดของสาวๆ ที่มีสาร Theobromine คล้ายคาเฟอีน และ Phenylethylamine สารเคมีที่เชื่อว่าเมื่อทานแล้วสามารถผลิตความรู้สึกว่า “รัก” ให้ผู้ที่ทานได้ นอกจากนั้นช็อคโกแลตยังมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ (Anti-oxidants) ที่ช่วยป้องกันโรคและดีต่อสุขภาพโดยรวม
ชีส
ชีส (Chees) มีส่วนผสมของ Phenylethylamine มากกว่าช็อกโกแลต มันเป็นสารเคมีที่ทำให้คุณสาวๆ รู้สึกอารมณ์ดีเวลากินชอกโกแลตนั่นเอง ฉะนั้นลองสั่งชีสมากินหลังอาหารค่ำเพื่อสร้างความคึกคัก
แต่หากคุณยังคงชอบทานช็อกโกแลตมากกว่า ลองเลือกแบบไม่ผสมนม เพราะมันจะมีส่วนผสมของโกโก้มากกว่า จึงมีสารเคมีที่ทำให้รู้สึกดีมากกว่าด้วยนะจ๊ะ ^^
มะม่วง, พีช, สตรอเบอร์รี่
อะไรจะหวานฉ่ำเท่ากับกัดกินผลไม้เหล่านี้ ผลไม้เหล่านี้มีรูปร่าง ความฉ่ำที่เพิ่มอารมณ์ปรารถนาและยังมีวิตามินซีเพิ่มความสวยใสให้ผิวด้วย ลองชโลมน้ำผลไม้เหล่านี้ลงบนร่างกายคู่รักของคุณ แล้วเช็ดมันออกด้วยริมฝีปากบางเฉียบของคุณ หรือหั่นผลไม้เหล่านี้เป็นชิ้นเล็กๆ ไว้ป้อนคุณแฟนสาวเจ้าตอนที่เธอกำลังทำท่าออรัลเซ็กซ์ก็เข้าท่ามิใช่น้อย!