วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เตือนพ่อแม่ระวัง “เชื้อเอ็นทีเอชไอ” ทำลูกเสี่ยงหูพิการ!

ขอบคุณภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ณ เวลานี้ หลาย ๆ บ้านยังคงให้ความสำคัญและเกาะติดสถานการณ์น้ำที่สร้างปัญหาเรื้อรัง และค่อย ๆ เพิ่มระดับมากขึ้นในบางเขตพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่นอกจากเรื่อง “น้องน้ำ” แล้ว สิ่งที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้ามด้วยเช่นกันก็คือ “เชื้อเอ็นทีเอชไอ” เพราะเป็นต้นเหตุสำคัญของการติดเชื้อรุนแรงในหูชั้นกลาง และอาจทำให้เด็กสูญเสียความสามารถในการได้ยิน หรือเสียชีวิตได้เลยทีเดียว!
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผศ.นพ.โอฬาร พรหมาลิขิต ภาค วิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในฐานะกรรมการจัดงานประชุม วิชาการนานาชาติกุมารเวชศาสตร์เขตร้อน ครั้งที่ 9 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เปิดเผยผลการสำรวจผลกระทบของการติดเชื้อรุนแรงของหูชั้นกลางในเด็กทั่วโลก ว่า การติดเชื้อรุนแรงของหูชั้นกลาง เป็นปัญหาที่พบบ่อยในเด็กเล็กทั่วโลก และมีผลกระทบต่อพ่อแม่เด็กทั่วโลกด้วย
“กว่า 80% ของเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ขวบต้องเป็นโรคนี้อย่างน้อย 1 ครั้ง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องก็จะกลายเป็นโรคหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อของโรคหูน้ำหนวกมีผลต่อการได้ยินและเป็น หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กมีพัฒนาการเรียนรู้ต่ำกว่าเด็กทั่วไป” ผศ.นพ.โอฬารเผย
ด้าน ผศ.พญ.นันทิการ์ สันสุวรรณ แพทย์ โสต ศอ นาสิก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยถึงสถานการณ์ในประเทศไทยว่า พ่อแม่ส่วนใหญ่ยังมองข้ามอันตรายของโรคนี้ เพราะเข้าใจผิดว่าแค่เด็กเจ็บหู ประกอบกับโรคหูชั้นกลางอักเสบมักมาพร้อมกับโรคหวัด โดยเฉพาะในช่วงฝนตกบ่อยๆ หรืออากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย พ่อแม่และกุมารแพทย์มักมุ่งไปที่การรักษาอาการไข้หวัด และมองว่าอาการเจ็บหูเป็นเพียงอาการข้างเคียง และเมื่อเด็กหายจากโรคหวัดแล้ว พ่อแม่ก็มักลืมติดตามรักษาโรคหูอักเสบของเด็ก
“การติดเชื้อในหูชั้นกลางเกิดขึ้นได้ จากหลายสาเหตุทั้งจากเชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย แต่หากเกิดจากแบคทีเรียจะมีความรุนแรงมากกว่าเชื้อไวรัส เนื่องจากเชื้อมีอัตราการดื้อยาสูง และเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อในหูชั้นกลางจากเชื้อแบคทีเรีย มากกว่า เช่น เชื้อเอ็นทีเอชไอ เป็นต้น เพราะเชื้อดังกล่าวจะอาศัยอยู่ในโพรงจมูก และเยื่อบุลำคอ โดยเชื้อนี้มีความชุกในโพรงจมูกของเด็กเล็กสูงกว่าผู้ใหญ่” ผศ.พญ.นันทิการ์กล่าวและเสริมว่า
“เชื้อเอ็นทีเอชไอ” สามารถแพร่กระจายจากจมูก และลำคอผ่าน “ท่อยูสเตเชี่ยน” ซึ่งเป็นท่อเล็กๆ ที่เชื่อมต่อระหว่างช่องคอและหูชั้นกลาง และก่อให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงในหูชั้นกลาง มีอาการบวมแดง มีน้ำและมีหนองในเยื่อแก้วหู เป็นต้น ทำให้เด็กเล็กหูอื้อ ปวดหู ซึ่งจะมีอาการคล้ายๆ อาการแทรกซ้อนของโรคไข้หวัด ดังนั้นพ่อแม่หลายคนละเลยและมองข้ามอาการของการติดเชื้อในหูชั้นกลาง อีกทั้งเด็กเล็กยังไม่สามารถอธิบายอาการได้ ดังนั้นพ่อแม่จึงควรสังเกตลูกน้อยใกล้ชิด หากเด็กไม่ดูดนม งอแงมากกว่าปกติ เอามือกุมหู หรือจับหูบ่อยๆ ให้สงสัยไว้ก่อน และให้รีบพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจต่อไป
เป็นเรื่องที่พ่อแม่จะมอง ข้ามไม่ได้อีกต่อไป เพราะหากรู้ไม่เท่าทัน และปล่อยให้ปัญหานี้รุนแรงถึงขั้นประสาทหูเสื่อมลง อาจทำให้ลูกเป็นโรคหูหนวกไม่สามารถรักษาให้หายเป็นปกติ และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้สูง เช่น ใบหน้าเป็นอัมพาต เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ฝีในสมอง และติดเชื้อรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตในที่สุด

เมื่อถูก ตะขาบ กัดต้องทำอย่างไร

เมื่อถูก ตะขาบ กัดต้องทำอย่างไร
น้ำท่วม ใช่ว่าคนเท่านั้นที่ต้องหาพื้นแห้งๆ อยู่เพื่อความปลอดภัย สัตว์มีพิษอย่าง ‘ตะขาบ’ ก็เช่นกัน แม้ในยามปกติมันจะซ่อนตัวอยู่ใต้ก้อนหิน บริเวณที่มีสภาพเย็นชื้น แล้วออกหาแมลงกินในตอนกลางคืน แต่เมื่อน้ำเอ่อท่วม ตะขาบก็ต้องหนีน้ำขึ้นมาเป็นธรรมดา หลายๆ คน จึงมักได้เห็นตะขาบกันได้บ่อยในช่วงนี้
ทว่าบังเอิญถูกตะขาบกัดเข้าก็ต้องปฐมพยาบาล เนื่องจากพิษของตะขาบจะทำให้ผิวหนังบริเวณที่ถูกกัดนั้นบวมแดง รู้สึกปวด และอาจชา บางคนหากแพ้พิษมากยังจะมีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน และซึมลง แต่พิษของตะขาบในบ้านเรามักไม่สามารถทำให้เสียชีวิตได้โดยตรง
วิธีการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น หากถูกกัดบริเวณแขนและขา พยายามห้อยส่วนดังกล่าวให้อยู่ต่ำ กรณีโดนกัดที่นิ้วมือหรือนิ้วเท้า แนะนำให้หาเชือกหรือผ้ามารัดที่ข้อนิ้วเอาไว้ เป็นการป้องกันพิษกระจายตัว
จากนั้นให้เช็ดแผลด้วยแอลกอฮอล์ หรือล้างด้วยน้ำด่างทับทิมช่วยฆ่าเชื้อโรค ตามด้วยการประคบเย็นบริเวณที่ถูกกัดเพื่อลดปวดบวม และกินยาแก้ปวด
ขณะที่การปฐมพยาบาลแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน มีการแนะนำให้แช่แผลที่ถูกกัดลงในน้ำส้มสายชู หรือใช้ยางมะละกอดิบป้ายแผลจะช่วยบรรเทาอาการปวดลงได้
อย่างไรก็ตาม หลังดูแลแผลเพื่อลดความเจ็บปวดแล้ว ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อดูแลรักษาทันที บางรายที่ปล่อยไว้ อาจเสี่ยงต่อการอักเสบติดเชื้อ ปวดบวมมีหนอง เนื้อตายจนต้องตัดเฉือนทิ้ง.
SEX,XXX,เซ็ก,เซ็กส์,เซ็กซ์,ประสบการณ์,ความรัก,ร่วมเพศ,เทคนิคบนเตียง,เรื่องบนเตียง,ร่วมรัก,เพศ,รัก,XX
How To Discover the Best Sex Positions
คุณ ก็ไม่จำเป็นต้องรู้จักท่าร่วมรักนับล้านๆ ท่า สิ่งที่คุณต้องรู้ก็คือ ท่าไหนที่ได้ผลดีที่สุดสำหรับคุณ ไม่ว่าคุณจะต้องการท่าที่ทำให้ผู้หญิงออกัสซั่มได้มากกว่า ท่าที่สร้างความรู้สึกใกล้ชิดสนิทแน่น ท่าสำหรับผู้ชายที่มีขนาดใหญ่หรือเล็กเป็นพิเศษ หรือท่าที่กระตุ้นจีสปอตหรือคลิตอริสได้จริงๆ
และท่าทางเหล่า นี้ไม่ต้องใช้ภาพประกอบมาช่วยในการอธิบายเลย เพราะมันเป็นท่าที่ง่ายๆ ที่คุณเคยทำมาแล้ว เพียงแค่พลิกแพลงมันอีกสักหน่อยเท่านั้นเอง…
ผู้หญิงในท่านอนหงาย
ท่า พื้นฐานที่ผู้หญิงนอนหงายและผู้ชายอยู่ข้างบน หรือที่มักเรียกว่าท่ามิชชันนารี เป็นท่าที่นิยมกันมากที่สุด เพราะคุณหันหน้าเข้าหากัน มันจึงสร้างความรู้สึกใกล้ชิดสนิทแนบ ต่อไปนี้คือการพลิกแพลงที่คุณต้องชอบ
* สำหรับผู้หญิงที่ต้องการกระตุ้นที่คลิตอริสเพื่อออกัสซั่ม (ซึ่งเป็นส่วนใหญ่) มีท่าที่เรียกว่า The Coital Alignment Technique วิธีการก็คือ เริ่มต้นด้วยท่ามิชชันนารี ผู้ชายอยู่ข้างบนและเลื่อนตัวขึ้นไปสูงเล็กน้อย เพื่อให้การรุกล้ำอยู่ในลักษณะกดลง ให้ผู้หญิงกางขาโอบรอบตัวเขาเอาไว้ ไขว้ข้อเท้าเข้าด้วยกัน แล้วเลื่อนลงมาอยู่แถวๆ น่องของเขา ส่วนบนของอวัยวะเพศจะสัมผัสกับคลิตอริสพอดี และเธอสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้ด้วยการแกว่งสะโพกไปมา รวมทั้งสามารถควบคุมแรงกดและความเร็วในการกระตุ้นคลิตอริสได้ และเขาสามารถเคลื่อนตัวเข้าออกให้สอดคล้องกับจังหวะการเคลื่อนไหวของเธอ มันต้องฝึกฝนนิดหน่อย แต่เมื่อทำได้แล้ว คุณทั้งสองจะได้พบความสุขเกินบรรยาย
* สำหรับการกระตุ้นจีสปอต (และ สำหรับผู้ชายที่มีอาวุธส่วนตัวใหญ่เป็นพิเศษ หรือผู้หญิงรู้สึกไม่ค่อยสบายเวลาที่รุกล้ำลึกเกินไป) ให้ผู้ชายชายนั่งลงบนส้นเท้า และดึงสะโพกผู้หญิงมาวางบนเข่า การรุกล้ำจะอยู่ในมุมที่เงยขึ้น ด้วยการทดลองเคลื่อนไหวหลายๆ แบบ เขาอาจสามารถสัมผัสจีสปอตได้ หรือไม่ก็อาจเลยเข้าไปถึงคอมดลูกด้านหน้า ซึ่งก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้ออกัสซั่มแบบสุดๆ ได้เช่นกัน โบนัสพิเศษคือมือเขาจะเป็นอิสระ สามารถที่จะเคล้าคลึงหน้าอกและคลิตอริสของผู้หญิงได้
* สำหรับการร่วมรักแบบมาราธอน ให้ผู้ชายยืนอยู่ขอบเตียงระหว่างขาของผู้หญิง เธออาจจะห้อยขาลงหรือชันขาขึ้นก็ได้ เนื่องจากจะไม่มีน้ำหนักไปกดที่ฐานของอวัยวะเพศชาย ผู้ชายจึงพบว่าสามารถที่จะชะลอการหลั่งออกไปได้ยาวนานกว่าในท่านี้ นอกจากนี้การรุกล้ำในท่านี้ก็ทำได้ง่ายกว่าด้วย
ผู้หญิงในท่านอนคว่ำ
ท่า ที่เข้าจากข้างหลังนี้บางทีก็มักเรียกกันว่าท่าด็อกกี้ แต่นอกจากชื่อของมันและความที่ผู้หญิงมักอายบั้นท้ายของตัวเอง รวมทั้งเป็นท่าที่ขาดความสนิทแนบแน่นเนื่องจากไม่ได้มองหน้ากัน ผู้หญิงส่วนหนึ่งจึงไม่ค่อยชอบท่านี้ ซึ่งน่าเสียดาย เพราะผู้หญิงจำนวนมากที่รายงานว่าท่านี้เป็นท่าที่พวกเธอชอบมาก เราคุ้นเคยกับท่าพื้นฐานดีแล้ว ฉะนั้น..
* สำหรับผู้ชายที่มีอวัยวะคู่กายค่อนข้างเล็ก ถ้า สะโพกของเขาอยู่ในอากาศและหน้าเธออยู่บนหมอน นี่จะเป็นท่าร่วมเพศที่ทำให้มีการรุกล้ำได้ลึกสุดๆ (แต่ถ้าคุณค่อนข้างใหญ่ก็ทำช้าๆ และระวังท่านี้ให้ดี)
* สำหรับการสัมผัสทั้งจีสปอตและคลิตอริสของเธอในเวลาเดียวกัน ให้เธอนอนคว่ำ เขานั่งคร่อมลงบนขาของเธอ เธอยกสะโพกขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้เขาสามารถยื่นมือหนึ่งหรือสองข้างเข้าไปใต้เชิงกรานเธอได้ จากท่านี้ มุมของการรุกล้ำจะโดนจีสปอตด้วย และมือก็สามารถเคล้นคลึงคลิตอริสได้
ผู้หญิงอยู่ข้างบน
ปกติ ผู้หญิงจะคร่อมตัวผู้ชายและวางน้ำหนักบนหัวเข่า ผู้หญิงชอบท่านี้ เพราะเธอสามารถควบคุมความลึก มุม และความแรงเร็วได้ ปัญหาก็คือเธอจะเจ็บเข่าได้ง่าย ทางออกก็คือ การนั่งเก้าอี้แคบๆ ไม่มีพนัก เหมือนเก้าอี้เล่นเปียโน ที่สามารถให้เธอวางเท้าลงบนพื้นได้ จะทำให้ท่านี้แรงร้อนยิ่งขึ้น และเนื่องจากเป็นท่าที่ทำให้ผู้ชายสามารถชะลอกการหลั่งได้ง่ายกว่า คุณจึงสามารถร่วมรักได้ยาวนานขึ้น

นิทานเซน : นกอินทรีบินข้ามพ้นความตาย

ภาพจาก nipic.com


《大鹏鸟飞度生死》
ยังมีสมณะรูปหนึ่งนามว่า “เต้าซิ่ว” เป็นผู้มีความมุมานะในการบำเพ็ญเพียรอย่างยิ่ง ทว่าทำอย่างไรก็ยังมิอาจบรรลุธรรม มองไปรอบข้างนักบวชรูปอื่นๆ ที่เพิ่งศึกษาธรรมทีหลังตน มีไม่น้อยสามารถเข้าถึงแก่นแท้แห่งเซนแล้ว สมณะเต้าซิ่วเห็นดังนั้นจึงเข้าใจว่าตนเองคงไม่มีคุณสมบัติในการศึกษาเซน ขาดปฏิภาณไหวพริบ สุดท้ายตัดสินใจออกธุดงค์เพื่อหวังว่าจะมีความสำเร็จ
ก่อนเดินทางสมณะเต้าซิ่ว ได้เข้ามากราบลาอาจารย์เซนก่วงอี่ว์ โดยกล่าว กับอาจารย์ว่า “ท่านอาจารย์ ศิษย์ทำให้ความเมตตากรุณาของท่านต้องสูญเปล่า นับตั้งแต่ศิษย์ออกบวชอยู่ที่วัดนี้มานานนับ 10 ปียังคงไม่อาจเข้าถึงเซนได้แม้เพียงกระผีก ดูไปศิษย์คงไร้วาสนา จึงได้แต่ออกไปธุดงค์เพื่อหาทางเข้าถึงธรรมด้วยวิธีอื่น”
อาจารย์เซนก่วงอี่ว์จึงตอบศิษย์ว่า “ในเมื่อเจ้ายังไม่บรรลุธรรม เหตุใดจึงออกเดินทางจากที่นี่ไป หรือว่าเจ้าจะรู้แจ้งเห็นจริงได้ในสถานที่อื่น?”
เต้าซิ่วจึงอธิบายความในใจต่ออาจารย์เซนว่า “ศิษย์อยู่ที่นี่ ทุกๆ วันนอกจากรับประทานอาหารและนอนหลับแล้ว ล้วนใช้เวลาทั้งหมดไปกับการบำเพ็ญเพียร ศิษย์ทุ่มเททว่าไร้วาสนา ขณะที่สมณะรูปอื่นแม้ไม่พากเพียรเท่าแต่กลับพบความก้าวหน้ามากกว่า เห็นทีศิษย์คงต้องออกธุดงค์พบความลำบากเผื่อว่าจะสามารถบรรลุธรรม”
อาจารย์เซนก่วงอี่ว์ได้ฟังจึงกล่าวว่า “รู้ แจ้ง…คือสิ่งที่ออกมาจากภายในตนเอง ไม่ใช่สิ่งที่สามารถอธิบายความได้ ทั้งยังไม่อาจส่งต่อให้ผู้อื่น หากยังไม่รู้ก็มิอาจเร่งให้รู้ ผู้อื่นก็คือผู้อื่น เจ้าก็คือเจ้า เจ้าต้องศึกษาเซนไปตามวิถีของตนเอง มิสามารถนำสองเรื่องนี้มาปนกันได้”
“ท่านอาจารย์ ท่านยังไม่เข้าใจ เมื่อเทียบการเรียนรู้ของตัวศิษย์กันผู้อื่น ก็ไม่ต่างกับนำพญาอินทรีมาเทียบกับนกกระจอกอย่างไรอย่างนั้น” สมณะเต้าซิ่วยังคงดึงดัน
“ใหญ่อย่างไร เล็กอย่างไร” อาจารย์เซนถาม
สมณะเต้าซิ่วตอบว่า “พญาอินทรีเพียงกางปีกก็บินไปได้ไกลหลายร้อยลี้ ทว่าศิษย์ได้แต่บินต่ำเตี้ยเรี่ยดินไปได้ไม่กี่จั้ง*เท่านั้น” (*จั้ง คือหน่วยวัดของจีน เท่ากับความยาวประมาณ 2.27 – 2.31 เมตร)
ยามนี้ อาจารย์เซนก่วงอี่ว์จึงกล่าวถามอย่างจริงจังว่า “นกอินทรีเพียงกางปีกก็บินไปได้ไกลหลายร้อยลี้ แต่มันสามารถบินข้ามพ้นความตายไปได้หรือไม่?”
ปัญญาเซน : ไม่ ว่าอินทรีหรือนกกระจอกล้วนมิอาจข้ามพ้นความตายต่างเพียงเร็วหรือช้า การศึกษาธรรมก็เช่นกัน ผู้ใดปฏิบัติผู้นั้นย่อมได้รับผล ย่อมถึงการรู้แจ้งได้ไม่ช้าก็เร็ว

4 ทิป สยบอาการดื้อรั้น ของเด็กๆ

baby
4 ทิป สยบอาการจ้าวโลก (M&C แม่และเด็ก)
เรียนไว้เป็นอันดับแรก เด็กแต่ละคนต่างก็มีอุปนิสัยแตกต่างกันไป ขนาดพี่น้องที่คลานตามกันมา บางทีนิสัยยังต่างกันอย่างชัดเจน แม้กระทั่งฝาแฝดที่เกิดก่อนและหลังไม่กี่นาทีก็ตามค่ะ ดังนั้น การเลี้ยงดูจึงถือเป็นความสามารถเฉพาะตัวอย่างหนึ่งของคุณพ่อคุณแม่ ยิ่งในเฉพาะความดื้อรั้น เอาแต่ใจด้วยแล้ว ก็ย่อมแตกต่างกันออกไป
อารมณ์หนูวัยนี้
พัฒนา ทางด้านร่างกายก็หายห่วงค่ะ เด็กผู้ชายก็จะชอบเล่นอะไรโลดโผนมากขึ้น อย่างพวกเตะฟุตบอล กระโดดตีลังกา ปีนป่ายต้นไม้ ส่วนเด็กผู้หญิงก็จะเรียบร้อยสักหน่อย ในวัยนี้จะชอบเล่นสมมุติมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับตุ๊กตาตัวโปรด แล้วสมมุติเป็นสัตว์ตัวโน้นตัวนี้ หรือเลียนแบบพฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่ต่าง ๆ แสดงราวว่า ตุ๊กตาเป็นเหมือนเพื่อนที่มีชีวิตคนหนึ่งของเขานั่นเอง
เด็กวัยนี้ จะมาพร้อมกับคำว่า “ทำไม” เพราะเขาข้ามผ่านวัยที่อัดอั้นไม่สามารถสื่อสารอย่างที่ต้องการได้ชัดเจนมาก นัก มาสู่วัยที่เข้าใจภาษาและฝึกพูดประโยคยาวๆ ได้มากขึ้น ทำให้เกิดอาการปล่อยของค่ะ ชอบซักชอบถามในสิ่งที่พบเห็น แปลกใจในเชิงเหตุผลไปเสียทุกเรื่อง จนบางทีพ่อแม่ก็อึ้งกิมกี่ไปห้าวินาทีก็มี กับคำถามหลุดโลกของคุณลูกค่ะ
ส่วน ทางด้านอารมณ์แล้ว เขาจะเริ่มมีลักษณะนิสัยเหมือนผู้ใหญ่ คือ โกรธ อิจฉา ก้าวร้าว กลัว พอใจหรือไม่พอใจ ฯลฯ การแสดงความโกรธ ก็อาจมีหลายระดับ ตั้งแต่กรีดร้อง ดิ้นกับพื้น ทำร้ายข้าวของ จนสุดท้ายทำร้ายตัวเองก็พบเห็นบ่อย ๆ ค่ะ
5 ไม้ตายสยบอาการจ้าวโลก
อย่าง ที่เรียนให้ทราบเด็กแต่ละคนก็มีนิสัยแตกต่างกันไป การสยบพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่างๆ คุณพ่อคุณแม่ต้องเรียนรู้ร่วมไปกับลูกค่ะ เวลาอยู่ร่วมกับลูกมากเท่าไหร่ เราก็จะเข้าใจในตัวลูกมากเท่านั้น
ขี้งกของสุด ๆ เรา มักพร่ำสอนลูกบ่อย ๆ ว่าเด็กที่รู้จักการแบ่งปัน ก็จะมีเพื่อนเยอะๆ ใครก็อยากมาเล่นด้วย ซึ่งเด็กในวัยนี้ยังไม่เข้าใจมากนักหรอกค่ะ เรื่องน้ำใจ มิตรภาพ คุณงามความดีต่าง ๆ การสอนที่แยบยลที่สุด ก็ต้องแบบค่อยเป็นค่อยไปค่ะ ในระยะแรกลูกอาจทำเพราะได้รับการเสริมแรง เช่น คำชื่นชมของผู้ใหญ่ หรือการได้รับการแบ่งปันจากเพื่อนๆ ตอบแทนกลับมา แต่เมื่อทำไปนานๆ เขาจะเริ่มรู้สึกดีกับการแบ่งปันติดเป็นนิสัยจนเติบโต
ซนจนพ่อแม่ไม่ได้พัก เห็นเด็กบางคน ซนเสียจน นั่งคิดเล่น ๆ ว่า เราอยู่แค่เพียงไม่กี่นาที ยังเหนื่อยหัวใจขนาดนี้ ปวดหมองตึบ ๆ เพราะอยู่ไม่สุขแม้สักนาที แล้วพ่อแม่ของเด็กล่ะ จะขนาดไหนนะ คิดแล้วปวดหมองแทนเลยค่า โดยเฉพาะเด็กบางคนซนจนพ่อแม่สันนิษฐานว่า เป็นโรคสมาธิสั้นหรือเปล่าน้า ลูกเรา ซึ่งจริง ๆ โรคสมาธิสั้นค่อนข้างมีรายละเอียดเยอะค่ะ ควรให้คุณหมอผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้วินิจฉัยจะดีกว่า ส่วนคุณพ่อคุณแม่ ถ้าหากเห็นว่า ลูกซนมากนัก ก็อาจหากิจกรรมที่ลูกชอบ และสามารถอยู่นิ่งได้เวลานาน ๆ อย่างพวกงานศิลปะ เล่านิทาน หรือกิจกรรมการเล่นต่าง ๆ ในมุมสงบให้ลูกเล่นบ่อย ๆ ก็ช่วยฝึกเรื่องสมาธิได้ดีในระดับหนึ่งทีเดียว
ไม่ยอมกินข้าว เด็กหลาย ๆ คนติดกินขนมมากเสียจน ไม่ยอมกินข้าวกินปลา คุณพ่อคุณแม่บางคนก็อาจใช้วิธีชิล ๆ ค่อยหว่านล้อม หาของกินที่ลูกชอบหรือไม่ก็ใช้รางวัลเป็นสิ่งล่อหลอก ในขณะบางคนก็ใช้วิธีฮาร์ดคอมาก บังคับเลย กินหรือไม่กิน การทำอย่างนี้ กลับยิ่งทำให้เด็กเกลียดหรือกลัวการกินข้าวไปเลยค่ะ บางคนเกิดร้ายแรงถึงขนาดกินข้าวไม่ได้ เพราะร่างกายไม่ยอมรับ กินไปก็อ้วกออกมา หนทางแก้ปัญหา เด็กไม่ยอมกินข้าวหรือกินบ้างแต่น้อยผิดปกติ ก็มีอยู่ 3 ข้อใหญ่ ๆ ค่ะ
 หนึ่งคือ กินข้าวให้ตรงเวลา ไม่เฉพาะแค่เด็กเท่านั้น แต่หมายถึงทุกคนภายในบ้านต้องทำด้วย เด็กจะได้ไม่มีข้ออ้างได้
 สองคือ กำหนด เวลากินข้าวให้เหมาะสมและชัดเจน เช่น เด็กในวัยนี้ อาจให้เวลาแต่ละมื้อไม่เกินหนึ่งชั่วโมง ถ้าหมดเวลาก็เก็บ ทันที อาจดูเหมือนใจร้ายไปหน่อย แต่เป็นการสอนเรื่องวินัยได้ทีเดียวค่ะ
 สามคือ ลดพวกขนม อาหารไม่มีประโยชน์ ทุกวันนี้ เห็นเด็กตัวเล็ กๆ แต่ละคน หิ้วมาม่าคัพบ้าง โจ๊กคัพบ้าง เดินออกจากร้านสะดวกซื้อแล้วไม่ค่อยประทับใจ อนาคตของชาติเราหรือเนี่ย เด็กจะโตได้ยังไง อาหารสมองแทบไม่มีเลย
ดื้อรั้นอันดับ 1 เมื่อลูกมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม คุณพ่อคุณแม่สมัยใหม่ คงไม่อยากทำโทษด้วยการตี การตีนั้นคือพฤติกรรมร้ายแรงสุด ๆ แล้ว ต้องใช้ไม้ตายอันสุดท้ายไว้เพื่อกำหราบ แต่เชื่อเถอะค่ะ ยิ่งตีเท่าไหร่ คนที่เจ็บมากที่สุดก็คือพ่อแม่อย่างเรา ๆ (แหม…คมบาดลึกจริง ๆ) แต่พฤติกรรมไม่เหมาะสมโดยทั่วไปนี่แหล่ะค่ะ พ่อแม่หลายคนเริ่มเกิดความกังวล ทำไมลูก ๆ ไม่ฟังเราเลย ตักเตือนสักแป๊บ เดี๋ยวเจ้าตัวดีก็ทำอีกแล้ว มีนักวิชาการท่านหนึ่ง พูดไว้น่าสนใจค่ะ นั่นก็เพราะเรามีเวลาให้ลูกน้อยเกินไปและกอดลูกน้อยเกินไป การให้เวลาและกอดลูกมาก ๆ ในช่วงสามปีแรก ถือว่าสำคัญที่สุด จะทำให้สายสัมพันธ์เชื่อมกับลูกนั้นแข็งแรง แน่นแฟ้น เวลาเราพูดหรือสอนอะไรก็ทรงพลังไปหมด
ยิ่งรุนแรง ยิ่งต่อต้าน เด็ก ในวัยนี้ อาจมีลักษณะไม่เชื่อฟังตามที่คุณพ่อคุณแม่บอกเท่าไหร่นัก จนบางครั้งเราอาจรู้สึกท้อแท้ใจเมื่อนำไปเปรียบเทียบลูกคนอื่น จนเกิดความรู้สึกเสียหน้า ทำให้คุณควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ใช้วิธีการรุนแรงจัดการกับลูก สิ่งเหล่านี้ ยิ่งทำให้ลูกต่อต้านมากขึ้น ดังนั้นพ่อแม่ต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีก่อน หากไม่แล้ว สอนให้ตาย ลูกก็ไม่ฟังหรอกค่ะ

แซลมอนย่างซีอิ๊ว


สูตรอาหาร - แซลมอนย่างซีอิ๊ว

ส่วนผสมอาหาร

เนื้อปลาแซลมอน    2 ชิ้น
มะเขือเทศเชอร์รีสีเหลือง
ผักกาดออร์กเขียว
แรดิชชิโอ
แรดิชชหันแว่น
เห็ดเข็มทอง
ส่วนผสมซอสซีอิ๊ว
หัวและก้างปลาทะเลสับชิ้นใหญ่   500  กรัม
เหล้าสาเก                                       1/2     ถ้วย
ซีอิ๊วญี่ปุ่น                                        2/3   ถ้วย
หอมใหญ่หั่นเป็นแว่นๆ                   200   กรัม
แครอททั้งเปลือกหั่น                     100    กรัม
ปลาโอขูดแห้ง                                10      กรัม
ขิงแก่หั่น                                          100  กรัม
น้ำตาลทราย                                    1        ถ้วย

วิธีทำอาหาร

  • เริ่มจากการทำซอสซีอิ๊วกันก่อน โดยการนำหัวและก้างปลาหอมใหญ่ ขิง แครอท ไปย่างหรืออบก็ได้จนสุกเป็นสีน้ำตาลไหม้เล็กน้อย
  • นำเหล้าสาเกใส่ในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนไฟปานกลางให้แอลกอฮอล์ระเหยออกให้หมด ใส่หัวและก้างปลาและผักต่างๆที่ย่างไว้
  • ปรุง รสด้วย น้ำตาล ซีอิ๊วญี่ปุ่น เบาไฟให้อ่อนลง เคี่ยวต่อไปนานประมาณ 15 นาที นำเนื้อปลาโอขูดใส่ลงไป เคี่ยวอีก 5 นาที จนมีกลิ่นหอม ชิมรสให้เค็มหวาน
  • ยกหม้อซอสลง แล้วนำซอสไปกรองเอาแต่ซอสซีอิ๊ว ใส่ขวด ปิดฝา เก็บแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดาได้นาน
  • ต่อ จากนั้นมาเริ่มทำปลาแซลมอน ขอดเกล็ดปลา และล้างน้ำให้สะอาด แล้วซับน้ำให้แห้ง ใส่ลงในอ่างผสม ใส่ซอสซีอิ๊ว 1/4 ถ้วย คลุกเคล้าให้ทั่วชิ้นปลา
  • นำ ปลาแซลมอนที่คลุกซอสไว้แล้ว ไปหมักในตู้เย็นช่องธรรมดานาน 30 นาที นำไปย่างในกระทะร้อนด้วยไฟปานกลางจนสุกทั่วทั้งสองด้าน ระหว่างย่างให้ทาซอสซีอิ๊วที่หมักจนทั่วดี
  • จัดใฟจาน ตกแต่งด้วยผักกาดออร์กเขียว แรดิชชิโอ มะเขือเทศ เห็ดเข็มทอง และแรดิชหั่นแว่น พร้อมเสิร์ฟได้ทันที

โสรัจจะ นวลอยู่ คําทํานายปี 2555 โลกจะสิ้นสุดก็เพราะไฟ

โสรัจจะ นวลอยู่ คําทํานายปี 2555 โลกจะสิ้นสุดก็เพราะไฟ โสรัจจะ นวลอยู่ หรือ หมอโส เป็นอาชีพวิศวกรและข้าราชการกรมชลประทาน แต่เค้าโด่งดังมากจากกานทำนาย ซึ่งไม่ใช่งานหลักของเขาในปัจจุบัน
คำทำนายของ โสรัจจะ นวลอยู่ ที่โด่งดังที่สุดคือ เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ “มหาภิบัติภัยสึนามิ” ที่ญี่ปุ่นในปี 2554 ได้ใกล้เคียง มีผู้คนเสียชีวิตและบ้านเรือนเสียหายจำนวนมาก เช่นเดียวกับ พยากรณ์ประจำปีมะโรง พ.ศ. 2555 ของเขาในศาสตร์แห่งโหรครั้งนี้ ซึ่งเขาตั้งคำถามไว้ว่า “โลกจะถึงกาลแตกดับฤา”
โสรัจจะ นวลอยู่ คําทํานายปี 2555
โสรัสจะทำนายว่า โลกจะสิ้นสุดก็เพราะไฟ ไฟจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างให้พินาศ สูญไป แต่ที่เราเห็นอยู่ในขณะนี้ก็คือไฟจากกิเลสตัณหาของมนุษย์ที่กำลังแผดเผาผู้ คนให้ย่อยยับไปทุก ๆ ขณะ อยู่แล้ว เพราะบัดนี้ ผู้ปกครองประเทศ และประชาชนไม่ตั้งมั่นในศีลธรรมและกุศลจิตของชนทั้งหลายเสื่อมคลายลง ก็จะเกิดความเดือดร้อนกันไปทั่ว ข้าวยากหมากแพง เกิดการรบราฆ่าฟันกันและเกิดภัยพิบัติจากธรรมชาติครั้งใหญ่ที่สุดที่มนุษย์ ไม่สามารถจะดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไปได้
“ตั้งแต่ต้นปี “พระอังคาร” หัวหน้าใหญ่บาปเคราะห์เดินขบวนอยู่ราศีสิงห์ , ราศีกันย์เกตุ, ราศีตุลย์ดาวเสาร์, ราศีพิจิกราหูล้วนเป็นขบวนดาวบาปเคราะห์ทั้งสิ้น นับเป็นขบวนผีห่าซาตานเข้ามาคร่าผลาญชีวิตชาวโลก”
“ดาวพฤหัสบดี ดาวฝ่ายคุณธรรมความดี ย้ายเข้าสู่ราศีพฤษภ ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2555 เล็งพระราหู ฝ่ายอธรรม ซึ่งสถิตราศีพิจิก แบบนี้คงได้เห็นลางว่าจะมีการสัปยุทธใหญ่เกิดขึ้น”
“พระราหูสถิตอยู่ราศีพิจิก จนกระทั่งวันที่ 10 ธันวาคม 2555 ย้ายเข้าสู่ราศีตุลย์ เล็งลัคนาดวงเมืองราศีเมษ เข้าร่วมพระเสาร์ดาวคู่มิตร จึงช่วยกันเข้าถล่มเมืองไทยอย่างแท้จริง”
แต่ดวงดาวของโลกในปีมะโรง 2555 ที่น่าเอาใจใส่และเป็นห่วงที่สุดก็คือ ประเทศไทยเรานี่แหละ ไม่ต้องไปดูอะไรให้ไกลตัว
ประเทศไทยในปี 2555 นี้ มีสิ่งที่น่าจะเพ่งเล็ง คือ ประเทศไทย เดือน มกราคม, กุมภาพันธ์, มีนาคม เริ่มเกิดความวิบัติทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยพายุโซนร้อนหลายระลอก เป็นสิ่งวิปริตอาเพศเพราะช่วงเวลาดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นเลย น้ำท่วมจังหวัดในภาคเหนืออย่างรุนแรงเป็นแรมเดือน แล้วก็ลามลงมาภาคกลางไปจนทั่วประเทศ และรวมทั้งภาคใต้ด้วย สูญเสียผู้คนจำนวนมากและเสียหายเงินเหลือคณานับ ไร่นา ปศุสัตว์ล่ม กรุงเทพฯ ก็จมอยู่ในน้ำโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวฝั่งธนบุรี
และเหตุการณ์เช่นเดิมนี้ก็เกิดขึ้นอีกครั้งในเดือน มิถุนายน, กรกฎาคม, สิงหาคม, กันยายน, ตุลาคม, พฤศจิกายน และธันวาคม ประชาชนชาวไทยที่ยากจนจำต้องเผชิญกับความทุกข์ยากที่หนักและรุนแรงกว่าปี ก่อน ๆ เสียหายยับเยินไปทั่วทุกจังหวัด และทั่วทั้งประเทศเฉลี่ยไปโดยทั่วถึงกัน เป็นทุกขภิกภัยโดยแท้
อาถรรพ์ของดวงดาวบาปเคราะห์เสาร์อริอย่างเต็มที่ บ่งถึงว่าสภาวะของประเทศเกิดความแตกร้าวอย่างรุนแรง ไม่อาจจะผสานกันได้ แสดงให้เห็นจุดยุ่งยากของหัวหน้ารัฐบาลจะต้องเผชิญ
ดวงเมือง แห่งยุคการคลั่งไคล้ประชาธิปไตยครึ่งใบนี้ ในเดือนมีนาคม 2555 ดาวอาทิตย์ (คือประมุขของรัฐบาล) กำลังโคจรเข้าสู่ภพวินาศนะของราศีเมษพอดี และถูกบาปเคราะห์ทำมุมกากบาด แล้วยังโดนดาวเสาร์เล็งแบบหัวไม่วางหางไม่เว้น เท่านี้จะมีอะไรเหลือ
และขณะเดียวกัน ความยุ่งยากทางการเมืองภายใน จะก่อความร้าวฉานทวีขึ้นอย่างไม่มีจบสิ้น แล้วยังมีเหตุอันร้ายแรงแก่พรรคการเมืองที่ยิ่งใหญ่เก่าแก่พรรคหนึ่งของ ประเทศไทย ซึ่งมีลัคนาของดวงพรรคอยู่ราศีกันย์ กำลังโดนเกตุบาปเคราะห์ทับและโดนดาวบาปเคราะห์เสาร์กับอังคารบีบข้างหน้า และข้างหลัง ก็ย่ำแย่เฉกเช่นกัน อาจถึงขั้นพรรคแตก, ล่มสลายไปหมดทางแก้ไข เป็นระยะของการปลอดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคยยึดเหนี่ยว เพราะความเสื่อมของผู้คนในพรรคนี้ก็เป็นได้ ที่ไม่จริงใจต่อประเทศชาติซ่อนเร้นมาตลอด
เดือนเมษายน ประชาธิปไตยของไทย จะพบความประหลาดใจว่าดาวเจ้าเรือนภพที่ 11 (คือประมุขของรัฐบาล) อันเป็นดาวเสาร์ ซึ่งดาวเสาร์ประมุขรัฐบาลกำลังเดินถอยหลังกรูด ซ้ำร้ายดาวมฤตยูดาวแห่งการปฏิวัติรัฐประหารยังคงเดินโคจรอยู่ในภพวินาศนะต่อ ราศีเมษแห่งไทยสยาม เป็นการยืนยันให้เห็นความเชื่อมโยงถึงการเสื่อมอำนาจของผู้นำโดยแท้ ทุกอย่างสอดคล้องกันอย่างซับซ้อนให้เห็นเช่นนี้ จึงสำแดงให้เห็นถึงสภาวะการตึงเครียด และการเดินขบวนต่อต้านหัวหน้ารัฐบาลกับปรากฎการณ์ที่ส่อเค้าแห่งการเสื่อม อำนาจวาสนาของผู้ปกครองประเทศในระยะนี้ ประมุขรัฐบาลจึงต้องออกจากประเทศไป เหตุการณ์ทุกอย่างจึงสงบและทุเลาลง
แม้จะมีรัฐธรรมนูญ มีการเลือกตั้ง มีคณะรัฐมนตรี มีสภาผู้แทนราษฎร มีศาล และมีพรรคการเมือง ล้วนมีขึ้นเพียงรูปแบบของระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาเท่านั้น แต่จิตวิญญาณยังมิได้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงเลย
อำนาจทางการเมืองผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันอยู่ในกำมือ ของทหารกลุ่มต่าง ๆ ในระบบอำนาจนิยม และได้พัฒนาต่อ
“ตามดวงเมืองต้องปกครองด้วยทหาร”
ตามโบราณของการก่อตั้งดวงเมือง ท่านโหราจารย์ผูกดวงบ้านเมืองไว้กับผู้มีอำนาจในสมัยนั้น เพื่อปกป้องบ้านเมืองให้รอดพ้นจากศัตรู ผู้มีอำนาจใจสมัยโบราณก็คือ ทหารนั่นเอง เพราะฉะนั้นประเทศไทย คงหนีไม่พ้นสิ่งนี้ไปได้ นี่คือข้อเท็จจริง ดังนั้นไม่ต้องมาอ้างว่า เราเป็นประชาธิปไตย เลิกหลอกตัวเองซะทีและเชื่อไปตามที่ตัวเองหลอก เป็นความบ้าคลั่งประชาธิปไตยโดยแบบผิด ๆ ปีนี้ควรจะหันมามองความจริงและเผชิญกับมัน
แต่อย่างไรเสียประเทศก็มีดวงดาวที่แข็งกว่า ที่มีอะไรที่หนือกว่าดวงนักการเมืองชั่วเหล่านี้ ประเทศไทยก็จะมีการพัฒนาไปตามขบวนการหรือจะเรียกว่า การเดินทางของดวงดาว ที่จะมาช่วยบ้านเมืองเอาไว้ได้ เราไม่ “สิ้นชาติ” หรอก แต่เราก็บอบช้ำจากน้ำมือผู้นำชั่วเหล่านั้นไปมากเหมือนกัน เราจะไม่ขอให้ใครหยุดทำเพื่อประเทศอีกต่อไปแล้ว ให้มันเป็นไปตามดวงดาวลิขิตไว้เช่นนี้ละ !!
ดาวของผู้นำประเทศในปี 2555 จะเป็นดวงที่แตกไม่สามารถที่จะเข้ามาประสานต่อไปได้แล้ว ผู้คนทั้งประเทศสิ้นศรัทธาและเกลียดชัง เพราะฉะนั้นผู้นำที่เลวและไม่หวังดีต่อประเทศคิดแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง และพวกพ้องก็ต้องเป็นไป ดวงดาวที่โคจรเข้ามาบรรจบกันพอดี
อีกตำราหนึ่งกล่าวว่า ปีมะโรง 2555 นี้ ปรากฎว่าบาปเคราะห์ใหญ่ยังคงเล็งกันอยู่ในราศีทวารล้วนเป็นบาปเคราะห์เบิ้ม ๆ ด้วยกันทั้งนั้น เราก็ยังคงจะต้องได้ฟังปัญหาของประเทศไทย อันขัดแย้งกันอย่างน่ากลัวต่อไป ส่วนดาวในฝ่ายคุณธรรมคือ ดาวพฤหัสบดี ก็คงโคจรเล็งกับดาวเสาร์ บาปเคราะห์อันมีสภาพตรงกันข้ามกับดาวพฤหัสบดีทุกอย่าง การผสานกลมกลืนกันย่อมจะเป็นไปได้ยาก อีกประการหนึ่ง คู่พฤหัสบดีกับเสาร์ที่เปรียบเสมือนคู่ขัดแย้งกันโดยธรรมชาติ ได้ทำมุมอับกับดาวอังคาร (ดาวเลือดสีแดงกล่ำ) อยู่ด้วย เห็นเค้าของความรุนแรงปรากฎให้เห็นทุกแง่ทุกมุม อาการประนีประนอมกันคงมองไม่เห็น การทำสงครามระหว่างสีต่าง ๆ อาจจะลามปามกลายเป็นสงครามชนชั้น กลายเป็นคนจนจะลุกขึ้นฆ่าคนรวย เพราะความกดดันความคับแค้นที่สั่งสมมานานในช่วงที่นักการเมืองชั่วสลับสับ เปลี่ยนกันขึ้นมาปกครองประเทศตลอดมาอย่างไร้คุณธรรม สงครามกลางเมือง เป็นสงครามต่อเนื่องกันไปโดยไม่มีวันจบสิ้น ปี 2555 นี้ นับเป็นปีของอะไรต่อมิอะไรผยองขึ้นมาโดยขาดคุณธรรมเป็นเครื่องนำทาง จะไปหวังอะไรที่เป็นของดีงามเข้ามาช่วยเหลือหรือคุ้มครองมิได้เลย
บุคคลในเครื่องแบบใช้อำนาจไม่เป็นธรรมร่วมมือกับสมุนทำการย่ำยี ประชาชนอย่างโหดเหี้ยมทารุณ เป็นที่ครหาไปทั่วโลก ตรงนี้เป็นจุดเปราะบาง เพราะองค์กรของโลก เช่น สหประชาชาติ ทนต่อพฤติกรรมเลวร้ายและรุนแรงเช่นนี้ไม่ไหว ต้องส่งกำลังทหารจากทั่วโลก เข้ามากวาดล้าง ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปเป็นจำนวนมหาศาล และบ้านเมืองที่สวยงามของเราก็พังพินาศลงไปดูแล้วน่าเอนจอนาถเป็นที่ยิ่ง
ประเทศไทยซึ่งหวังกันว่าจะเริ่มสันติสุขปรองดองกันเสียที ก็ดูจะเลวร้ายยิ่งไปกว่าเดิม ดาวพฤหัสบดีอยู่ในมุมบังคับเป็นกากบาท ซึ่งอังคารทับเสาร์ เป็นเรื่องที่มิอาจมีการออมชอมกันได้ง่าย ๆ ฝ่ายรัฐบาลก็มีแต่การทะเลาะเบาะแว้งกันภายใน และรวมทั้งกับพรรคที่มาร่วมรัฐบาลด้วย
ปี 2555 นี้ ประเทศไทยระวังสุขภาพของบุคคลสำคัญต่าง ๆ เกิดการเจ็บไข้อย่างรุนแรงเกิดขึ้นแก่ผู้เป็นใหญ่ในประเทศและเกิดการสูญเสีย
เกิด “เขื่อนยักษ์ใหญ่แตก” ทั้งหมด 2 เขื่อนใหญ่ เป็นคลื่นยักษ์เข้าถล่มสู่เบื้องล่าง ท่วมไร่นา ที่อยู่อาศัย สิ่งก่อสร้างทั้งเล็กและใหญ่ และประชาชนที่อยู่ใต้เขื่อนแบบไม่รู้ตัว จมน้ำหายไปหลายหมู่บ้าน ตำบล และหลายจังหวัด เสียหายต่อเนื่องมาถึงกรุงเทพมหานคร มีผู้คนล้มตายหลายหมื่นคน
พื้นดินถล่มและทรุดตัวไปทั่วประเทศ รวมทั้งกรุงเทพมหานคร เราอาจจะต้องสูญเสียแผ่นดินแถบชายฝั่งทะเลอันดามัน ตั้งแต่จังหวัดระนองลงมาและจมลงสู่ใต้ทะเล
แถบชายฝั่งทะเลอันดามันตั้งแต่เกาะภูเก็ต กระบี่ พังงา ถูกคลื่นยักษ์สึนามิพุ่งเข้าถล่มครั้งใหญ่กว่าปี 2547 กวาดผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมทั้งบ้านเรือน ยานพาหนะ ลงทะเลเกือบหมดสิ้น
นี่คือส่วนหนึ่งของคำทำนาย อยากรู้มากกว่านี้ต้องไปหาอ่านในศาสตร์แห่งโหรปี2555 ที่วางแผงแล้ว
ที่มา เปิดคำทำนายปี′55 “โสรัสจะ นวลอยู่” การเมืองร้อนฉ่า สุขภาพบุคคลสำคัญ และเขื่อนใหญ่ยักษ์แตก ?!!
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1318777029&grpid=09&catid=&subcatid=